0:00
บุรีภาพคนรวยกับคนจนมันต่างกันยังไง
0:05
สบตากล้าถามกล้าขอไม่รอโอกาส
0:09
>> คนอยากรวยแล้วเขาจะได้ความรวยในที่สุด
0:14
มันจะมีแค่เปอร์เซ็นต์เดียวเท่านั้นแหละ
0:16
>> คุณว่าต้องมี 1% ที่ดู EP นี้จะได้
0:18
>> แล้วฝนเชื่อว่าฝนมาวันเนี้ย 1% นั้นเอา
0:22
ง่ายๆคนมีมารยาทโลกข้างหน้าอยู่แล้วค่ะ
0:24
>> มารยาทพื้นฐานมันคือเราควรคิดถึงคนอื่น
0:28
ก่อนตัวเองเช่นให้เขาเดิน[เพลง]ออกมาก่อน
0:29
แล้วค่อยเดินเข้าไปเรากดลิฟต์ไปก่อนเพื่อ
0:31
ให้เขาออกก่อนลิฟจะได้ไม่หนีบเาถามอายุ
0:34
ไม่ได้หรอเสียมารยาทด้วยหรอกินก่อนผิด
0:40
หิวก็ต้องกินมยแล้วการสื่อสารไม่ดีคุณไม่
0:43
สามารถมีเครื่องจักรไปผลิตเงินแน่นอนอยาก
0:46
ทำมากเลยค่ะเพราะว่ามีแพชชั่น[เพลง]
0:50
เกี่ยวกับงานด้านนี้กับบริษัทพี่วูดี้
0:52
>> ผมรับคุณเข้าทำงานซีรีส์[เสียงหัวเราะ]
0:58
>> อย่าลืมว่าเสื้อผ้าพูดได้
1:01
มันพูดว่าเราเป็นใครเรามาจากไหนเราพร้อม
1:05
มั้ยวันนี้เราอยากมาเจอเค้าหรือเปล่าเคย
1:08
ได้คุยกับบางคนที่ประสบความสำเร็จระดับ
1:11
สูงมากในโลกนี้เนาะเาบอกว่าผมไม่ชอบเลย
1:18
หลักสูตรต่างๆที่สอนให้คนสื่อสารเป็น
1:22
>> เพราะจะทำให้ผมเสียโอกาสเพราะคนไทยสื่อ
1:26
>> เเป็นเมื่อไหร่นะเราจะมีคู่แข่งเยอะ
1:29
จดจำเราได้เพียงเพราะเราพูด[เพลง]เป็นเรา
1:32
ขายเป็นนำเสนอเป็นเนี่ยค่ะMindsซตคนรวย
1:37
>> เพราะคุณมีสกิลที่คนรวยมีแล้ว
1:43
>> หลายคนติดตามคเทนของครูฝนมาตลอดแล้วคิด
1:46
ว่าวันนี้จะเป็นโอกาสที่ดีมากที่เราจะได้
1:48
มาจูนเรื่องของบุคลิกของเราวิธีการสื่อ
1:52
สารของเราแล้วก็รวมไปถึงมารยาทของเราอยาก
1:56
จะบอกว่ารอคอยไปวันนี้มานานแล้วเชื่อว่า
1:59
หลายคนที่ดูจะได้ประโยชน์อย่างสูงคุณฝน
2:02
คิดว่าวันเนี้ยคนที่ติดตามคเทนเราเนี่ย
2:05
เขาจะได้ประโยชน์อะไรบ้างถ้าดูครบจบ
2:07
ประมาณชั่วโมงนึงของคเทนนี้
2:09
>> เขาจะเข้าใจว่าเขาจะสื่อสารยังไง
2:13
>> เพื่อให้เกิดความรู้สึกอะไรและได้ผลลัพธ์
2:17
ตามเป้าหมายที่เขาต้องการค่ะ
2:19
>> สิ่งที่คนมักจะไม่รู้ตัวและไม่มีใครกล้า
2:23
เตือนเกี่ยวกับเรื่องการสื่อสารบุคลิก
2:26
หรือมารยาทเนี่ยเนี่ยท็อป F เลยก็ได้ครับ
2:29
มีอะไรบ้างให้ทุกคนที่กำลังดูอยู่ตอนนี้
2:32
ได้เห็นว่าเอออาจเป็นชันนะแล้วถ้าฉันมี
2:36
เรื่องนี้ที่คนไม่กล้าเตือนแต่มันน่าเอ๊ะ
2:39
>> อืนะเพื่ออัพเลเวลตัวเอง
2:42
>> กับโลกใบนี้ที่อยู่แล้วทำให้ทุกคนเห็น
2:44
แล้วมันสบายตาสบายใจและสบายหูมั้ย
2:49
>> สบายหูสบายตาสบายใจ
2:51
>> 3 สบายมันมีอะไรบ้างที่เราอาจจะไม่รู้
2:54
>> 1 บุคลิกภาพยืนเดินนั่งภาษากาย
2:58
>> ทุกอย่างเลยที่มันเป็น body language
3:01
เพราะอันแรกเนี่ยมันเป็นจุดที่คนจะสังเกต
3:04
เห็นมากที่สุดเลยอย่างเช่นยุกยิก
3:07
>> เกาจับหรือเวลาพูดแล้วข้อมือมันหักอ่ะค่ะ
3:11
ข้อแรกนะคะพี่วูดี้อย่างเงี้ยค่ะเรื่อง
3:16
>> ทำไมทำไมการที่มันดุ๊กดิ๊กมันส่งผลยังไง
3:20
>> การเคลื่อนไหวมันเกิด distraction ทำให้
3:22
คนไม่ได้อยู่กับ message ของเรา
3:24
>> ไปสนใจว่ามือฝุนจะไปทางไหนหรือฝนจะใช่มั้
3:27
คะเห็นมมันกวนมันกวน message จาก A ไป B
3:30
เนี่ยแทนที่จะเป็นเส้นตรงแต่มันจะเป็น
3:34
>> อันนี้คือข้อที่ 1 มันเกิดความรำคาญคือ
3:37
เราต้องยอมรับว่าบุคลิกภาพทุกอย่างอ่ะค่ะ
3:42
>> ทำไมมันถึงถูกทำไมมันถึงผิดอันเนี้ฝนอยาก
3:44
ข้ามไปเลยจริงๆมันคือว่าอะไรที่มันทำงาน
3:49
>> นั่นแหละมันเป็นจุดเริ่มต้นคือบุคลิกภาพ
3:52
ทั้งสิ้นเวลาคนเราไม่ชอบกันอย่างเงี้ยค่ะ
3:54
หรือเห็นแล้วไม่ถูกชะตาหรือเห็นแล้วรู้
3:56
สึกหรือว่าอุ๊ยนี่คนนี้แบบครัชนะทำบุญ
3:58
ร่วมกันมาจริงๆมาดูนะว่ามันเป็นเรื่องบุญ
4:01
บาปจริงหรือเปล่าเค้ามองคุณแบบด้วยแบบแค่
4:05
องศามันไม่ถูกเปล่าหรืออย่างงี้ใช่มั้ยคะ
4:09
หรือเวลามองอย่างงี้มองรอดแว่นออกมาใช่
4:12
มั้ยความรู้สึกก็เปลี่ยนไปแล้วค่ะอันเนี้
4:16
>> อืมซึ่งบางทีเราก็อาจจะไม่รู้ตัวและบางคน
4:20
ก็อาจจะไม่เตือนหรือว่าเราใช้ชีวิตไปก็คน
4:23
อาจจะไม่กล้าเตือนหรืออาจจะไม่รู้ด้วยใช่
4:25
ว่านี่คือสิ่งที่กระทบความรู้สึกเอยู่
4:27
>> เค้ารู้สึกค่ะแต่เค้าไม่รู้จะพูดบอกยังไง
4:30
>> พอบอกไปอ่ะพี่วุดิอาจจะไม่ชอบเค้าไงคะ
4:33
>> ครูฝนทำไมต้องทุบโต๊ะระหว่างคุยมันก็จะ
4:35
รู้สึกแปลกๆแล้วใช่มั้ย
4:37
>> โอมันไม่ใช่งานเค้าเอางี้ด้วยกันค่ะเามี
4:39
สิทธิ์ตัดสินแต่เขาไม่มีสิทธิ์บอก
4:41
>> แล้วครูฝนรู้มั้ยว่าคุณพูดว่าคือแบบคือ
4:44
แบบว่าแบบทุกๆ 20 วินาที
4:46
>> เนี่ยกำลังจะบอกว่าข้อที่ 2
4:49
>> คือเรื่องของการพูดค่ะ
4:52
>> การพูดเนี่ยมันมีหลายมิติมากเลยนะมันไม่
4:55
ได้มีแค่ว่าเสียงดังเสียงเบาเสียงค่อย
4:57
หรือมีแค่คำฟุ่มเฟืออย่างเดียวมันมี 1
5:01
เลยการพูดของคุณเนี่ยท่าทางประกอบการพูด
5:04
เป็นยังไงเนาะอายcontทactคุณเป็นยังไงสาย
5:06
ตาเวลาที่พูดคุณมองที่ไหนบางคนบอกครูขา
5:10
มองที่หวังคิ้วมั้คะเพราะหนูเป็นคนที่ไม่
5:12
มั่นใจเวลาที่จะที่จะพูดครูอนุบาลเนี่ย
5:15
เคยบอกว่าให้มองตรงหวังคิ้วเราจะได้ไม่
5:17
ตื่นเต้นครูบอกไม่ใช่นะมองหวังคิ้วคนรู้
5:22
>> รู้นะอย่างฝนมองจมูกพี่วุดดี้อย่างเงี้ย
5:24
สักพักพี่จะรู้แล้วว่าฝนไปมองตรงจมูกก็จะ
5:27
รู้สึกว่าอะไรติดจมูกฉันหรือเปล่า
5:29
>> คือตาเท่านั้นนะคะอันนี้คือสายตาอันที่ 3
5:32
วิธีการพูดคือเรื่องเสียงค่ะเสียงที่คุณ
5:36
ใช้สื่อสารเนี่ยมันซูมมันกลางมันต่ำมัน
5:38
ดังมันเบามันมีไดนามิคมั้หรือว่าชัที่คุณ
5:41
ออกไปเนี่ยตอเสือตอเสือตลอดก็สร้างความ
5:43
รู้สึกนะคะรำคาญมั้คะถ้าครูบอกว่าสวัสดี
5:46
ค่ะทุกคนคะเนี่ยคลิปเนี้ยออกไปอ่ะคนไม่
5:49
ฟังเมเจูแล้วพีู่ดี้คนจะฟังว่าครูจะเอา
5:52
ลิ้นออกมากี่ครั้งเนี่ย
5:53
>> พูดไปแลบลิ้นไปทำไมเนี่ยมันเป็นอย่างงี้
5:56
ไปดูได้เลยค่ะตามคอมเมนต์นี่คือเรื่องของ
5:59
ทนเสียงอันที่ 3 ของเรื่องการพูดนะแล้ว
6:01
อันที่ 4 คือจังหวะค่ะจังหวะการพูดของคุณ
6:04
เนี่ยมันช้ามันเร็วมันยืดมันหดหรือมันยาน
6:09
หรือมันรัวจนคนฟังไม่ทัน
6:13
>> ตัวอย่างของการรัวจะประมาณไหนที่คนอาจจะ
6:15
ไม่รู้ตัวว่าตัวเองรัว
6:17
>> พิจารณาวันนี้ก็จะพิจารณาเรื่องไอ้เรื่อง
6:21
มหาวิทยาลัยอย่างเงี้ยค่ะทุกอย่างมันจะ
6:24
รวบๆอันเนี้คืออยู่ในการพูดคืออันที่ 2
6:29
>> ญาณเช่นอย่างวันนี้เนี่ยนะคะก็อยากจะพูด
6:33
ให้ทุกท่านได้ทราบนะคะว่าครูเนี่ยนะคะก็
6:40
สอนเกี่ยวกับเรื่องบุคคลิกภาพมา 20 ปี
6:43
แล้วนะคะ[เสียงหัวเราะ]
6:45
>> นี่ๆนี่คือเรื่องการพูดรวมไปถึงสุดท้ายก็
6:48
คือเรื่องของคำฟุ่มเฟือยหรือ non word
6:52
>> f word ที่เราคุยเมื่อสักครู่
6:54
>> เอ่อแบบว่านะคะนะคะนะครับในจุดนี้ในส่วน
6:56
ของก็ที่เรียกได้ว่ากันเลยทีเดียวอ่ะนะคะ
6:59
>> Filler word หรือว่าคำที่แทรกไปให้ไม่
7:05
>> ภาษาไทยเราเรียกว่าอะไรดี Filler word
7:07
>> คำฟุ่มเฟือยท็อป 3 ที่ได้ยินบ่อยสุดคือ
7:16
>> กำลังถามตัวว่าเราใช้บ้างเบางทีผมก็ติด
7:21
>> เพราะผมติดคำว่าไก็บางทีเราก็ไหลไภาษา
7:25
อังกฤษ like เหมือนกันค่ะ
7:26
>> ภาษาอังกฤษจนต้องเตือนตัวเองเสมอว่า
7:30
>> เราตัดเอ่อเราตัดคำนี้ได้นะนานๆใช้ได้
7:34
แล้วก็รู้ว่าหลายคนใช้กันจนชิน
7:38
>> งั้นงั้นคำว่าแบบคำว่าเอ่ออะไรเงี้ย
7:41
>> อะไรอย่างเงี้ยมันเป็นคำที่พูดแล้วมัน
7:43
สบายปากหรือว่ามันคุ้นเคยมันคืออะไรเหตุ
7:45
ผลที่คนใช้คือมันคุ้นเคย
7:48
>> 2 อย่าง 1 คือเขาชิน
7:52
2 คือเขาคิดไม่ออกเขาคิดไม่ออกช่วง dead
7:56
air ตรงนั้นน่ะค่ะเขาจึงเอาคำพวกเนี้ย
7:59
ใส่เข้ามาให้มันเต็มๆเพราะว่าทนไม่ได้กับ
8:02
Dead air ถ้ามี Dead Air ปุ๊บจะกลาย
8:04
เป็นว่าเราพูดไม่เก่งเราพูดไม่ลื่นไหลเลย
8:08
ใส่ให้มันเต็มๆเอาล่ะวันนี้นะคะพี่วดีข่ะ
8:11
ในส่วนของจุดนี้นะคะในครูฝนเนี่ยก็อยากจะ
8:14
พูดในส่วนของการเอ่อมีบุริภาพนะคะให้นึก
8:19
>> หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเรากับพิธีกร
8:22
อีเวentที่รู้สึกว่าไม่ต้องหายใจเลย
8:25
สมมุติยืนอยู่ต่อหน้ารถแล้วก็โชว์เคสซึ่ง
8:28
>> มันก็อาจจะเป็นแพทเทิร์นที่เราคุ้นเคย
8:30
หรือเปล่าคือความมั่นใจความเก่ง
8:33
>> ใช่มั้ซึ่งมันมีหลายซึ่งมีหลายวงการซึ่ง
8:36
มันแต่ละวงการก็ไม่เหมือนกันเนาะและแน่
8:38
นอนคนๆนั้นเ้าก็ต้องมีหน้าที่ในการใช้ 1
8:41
นาทีในการพูดถึงอุปกรณ์รถยนต์ให้ได้เร็ว
8:45
>> แต่บางทีเราอาจจะคุ้นเคยว่าความ
8:47
>> เอ่อว่องไวในการสื่อสารมันอาจจะเป็นความ
8:51
สำเร็จซึ่งอาจจะไม่ใช้ได้กับในที่ประชุม
8:53
หรือการคุยกับบรรยากาศอื่นๆ
8:56
>> ต้องบอกอย่างงี้ค่ะเราจะพูดเป็นบรรยากาศ
9:00
>> หรือเราจะพูดเอาผลลัพธ์ถ้าเราพูดเอา
9:02
บรรยากาศเนี่ยจะเป็นฟิลนั้นเลยค่ะเอาล่ะ
9:04
ค่ะวันนี้นะคะอย่างเงี้ยค่ะเราพูดเป็น
9:07
บรรยากาศให้รู้ว่าเนี่ยตรงนี้มีอีเวent
9:09
เดี๋ยวจะมีลucky draw มีแจกของขวัญไม่ผิด
9:13
เลยนะไม่ผิดเลยค่ะแต่ถ้าวันเนี้ยเรามาพูด
9:16
เอาผลลัพธ์มาพูดเอาความอยากให้คนฟังเนี่ย
9:19
จำได้ในทุกๆคำเนี่ยมันมีโครงสร้างของมัน
9:23
มันมีการใส่คำถามเข้าไปนะมันมีข้อมีลำดับ
9:28
นะสุดท้ายมันต้องมี call action นะเพื่อ
9:31
ให้สุดท้ายเนี่ยเค้าจำได้ว่าเราต้องการ
9:33
อะไรในการพูดครั้งนี้นี่ยังอยู่ใน
9:36
cคategoryเรื่องการพูดน่ะท็อปไที่พี่
9:39
บูดี้บอกคือ 1 ภาษาใช่มั้ยคะบุคลิกภาพยิน
9:42
เดินนั่งภาษากายอันที่ 2 คือการพูดซึ่งใน
9:44
การพูดแตกออกเป็นอะไรคะทนเสียงน้ำเสียง
9:47
จังหวะการพูด Filler word หรือความฟุ้ม
9:51
>> อันที่ 3 คือมารยาท
9:54
>> การวางตัวไม่รู้ว่าขนาดไหนมันถึงเรียกว่า
10:00
เสียมารยาทอันนี้มันผิดมั้ยหรือผิดด้วย
10:05
หรอนะมันก็แล้วแต่ attitude ใช่มั้คะที่
10:08
จะตีความคนที่มาหาครูเนี่ยมันจะมี 2 แบบ
10:10
คือแบบไหนถูกอ่ะครูกับอ
10:14
>> อะไรที่อะไรที่เค้าเข้ามาแล้วเแชร์แล้ว
10:18
ครูมองว่าอืมันซ้ำๆบ่อยนะกับหลายๆคนที่
10:21
ไม่ไม่รู้ตัวหรือว่าผิดด้วยเหรอเช่นอะไร
10:24
>> เช่นถามอายุไม่ได้หรอ
10:27
เสียมารยาทด้วยหรอกินก่อนผิดด้วยหรอก็หิว
10:32
หิวก็ต้องกินมยอย่างเงี้ยคือครูก็จะบอก
10:35
ว่าจริงๆมารยาทมันคือเราเรานึกถึงคนอื่น
10:39
นะคะหรือเปล่าคือเบสิคของคำว่ามารยาทอัน
10:42
นี้เราไม่รวมมารยาทสากลที่ต้องทราบว่าตรง
10:45
ไหนคือที่นั่งของใครอะไรอย่างเงี้นะคะแต่
10:47
มารยาทพื้นฐานน่ะค่ะมันคือการรู้ว่าเรา
10:52
ควรคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเช่นให้เค้า
10:54
เดินออกมาก่อนเราค่อยเดินเข้าไปเรากด
10:56
ลิฟต์ไว้ก่อนเพื่อให้เขาออกก่อนลิฟตจะได้
10:58
ไม่หนีบเค้าเราอย่าเพิ่งทานให้เขาค้าทาน
11:01
ก่อนเพราะว่าเค้าผู้ใหญ่กว่าเราแบบเนี้ย
11:03
ค่ะมันคือเบสิคในการคิดถึงคนอื่นก่อนตัว
11:05
เองมารยาทมันก็จะเกิดเอง
11:07
>> อ่าเพราะฉะนั้นเนี่ยมันเลยสะท้อนว่าคนที่
11:11
ไม่มีมารยาทในความหมายของคนอื่นเนี่ยนะคะ
11:13
คือไม่ค่อยคิดถึงคนอื่นก็อยากกินก็กินเลย
11:16
>> ใช่มั้ยก็ไม่อยากหุบปากอ่ะอยากอ้าปากขา
11:19
เคี้ยวอ่ะก็ก็เป็นแบบนั้นมันเหมือนกับว่า
11:21
center มันอยู่ที่ตัวเอง
11:23
>> น่าสนใจมากเพราะหลายคนเข้าใจว่ามารยาทก็
11:25
คือการปรับตัวเองเข้าสังคมแต่แท้จริงแล้ว
11:28
มันคือการนึกถึงผู้อื่น
11:30
>> มันจะสะท้อนความ caring ของคุณ
11:34
>> กับคนที่อยู่รอบข้างคุณในสถานนั้น
11:38
>> แล้วแค่ปรับจุนมารยาทได้เนี่ยคุณจะ
11:40
เปลี่ยนพลังงานตัวเองแล้วก็เปลี่ยนความ
11:42
เป็นคุณทันทีเนาะคุณอาจจะ connect กับคน
11:45
แล้วคนก็จะชอบคุณทันทีแค่เปลี่ยนมารยา
11:47
>> ใช่ใช่เวลาพี่พี่วูดี้นึกถึงคนอื่นน่ะพี่
11:50
วูดี้อยากจะอยากมองตาเองมั้คะ
11:52
>> จะสังเกตเขามั้คะว่าเขาอยากได้อะไรเหนาว
11:55
>> เค้า[เสียงกระแอม]
11:57
แปลว่าอะไรเขาอาจจะอยากดื่มน้ำมั้ย
11:59
>> ใช่มั้ยพี่วดี้จะหยิบน้ำมั้ครับทันที
12:06
>> และพี่ใส่ใจคนที่อยู่ข้างๆนั้นมารยาทก็จะ
12:09
เกิดเองเพราะฉะนั้นเนี่ยค่ะถึงบอกว่า
12:12
มารยาทอ่ะมันไม่ใช่แค่อเตอร์อย่างเดียวนะ
12:14
>> มันต้องมาจากอินเนอร์ที่ถูกต้องก่อนด้วย
12:17
ว่าเรานึกถึงคนอื่นหรือเปล่าแต่มันก็จะมี
12:20
คนพูดอีกค่ะว่าชีวิตในสังคมตอนเนี้ยนะแค่
12:23
คิดถึงตัวเองก็เอาไม่รอดและมานั่งคิดถึง
12:25
คนอื่นใช่มยคิดให้มันปวดหัวปวดเฮสทำไมใช่
12:30
มั้ยคะครูจะบอกว่าอันเนี้ยมันเป็นการตี
12:33
ความที่ไม่ใช่นะไม่ถูกต้องงั้นแปลว่าโลก
12:36
เนี้ยทุกคนต้องเห็นแก่ตัวเลยใช่มั้ยมัน
12:38
ถึงจะน่าอยู่มันถึงจะถูกต้องอ่ะไม่ใช่นะ
12:41
ค่ะจริงๆโลกมันน่าอยู่ได้แค่เอาง่ายๆคนมี
12:44
มารยาทโลกก็น่าอยู่แล้วค่ะ
12:46
>> นะฮะบุคลิกลิกภาพมันถึงตีรวมหมดเลยคนแต่ง
12:50
ตัวถูกกัเทศะโลกก็น่าอยู่แล้วค่ะคนพูดใน
12:53
จังหวะที่ถูกต้องนะคะเสียงดังพอดีไม่
12:56
เสียดแทงหูเราก็น่าอยู่แล้วค่ะโลกนะคะ
12:59
เอิ่มแล้วก็บุคลิกของเขาไม่ยุกยิกรำคาญ
13:02
สายตาของเราเนี่ยนั่งอยู่สาขาแด๊ๆๆๆๆตลอด
13:05
เวลาใช่มั้ยคะมันก็ทำให้โลกหน้าอยู่ได้
13:08
และมันเป็นความระเบียบเรียบร้อยหรืออัน
13:10
ที่ 4 พี่วดี้ถามว่ามันมีอะไรอีกการแต่ง
13:13
กายนะคะการแต่งกายมันผิดตรงไหนอ่ะเออเรา
13:17
อยากแต่งแบบนี้ใช่มั้คะ
13:22
>> สะดวกแบบนี้อ่ะใช่มั้ยคะ
13:24
>> อย่าลืมว่าเสื้อผ้าพูดได้
13:27
มันพูดว่าเราเป็นใครเรามาจากไหนเราพร้อม
13:32
มั้ยวันนี้เราอยากมาเจอเค้าหรือเปล่าอ่า
13:35
ถ้าวันนี้ฝนใส่เสื้อยืดคอกลมมาเย้ยๆเลยนะ
13:39
แล้วฝนก็เป็นครูสอนบุคลิกภาพไงแต่วัน
13:42
เนี้ยเราสนิทกันน่ะพี่วูดี้เราเคยเจอกัน
13:45
>> คือผมกลัวว่าถ้าคนดูไม่ถึงตอนกลางเราจะมี
13:48
ประเด็นนี้นะแต่ขอแทรกเข้ามาก่อนเลยแล้ว
13:51
กันเรื่องการแต่งกายเนี่ย
13:53
>> คือเห็นคทentในออนไลน์พูดถึงเรื่องของ
13:56
ทำไมฉันผิดตรงไหนที่ฉันใส่แตะไปโรงแรมอ
14:00
>> แล้วถอดรองเท้าแตะแล้วก็เอาเท้าขึ้นมาไว้
14:02
บนโต๊ะกินข้าวเพราะว่าฉันสบาย
14:06
>> ในบุฟเฟ่ต์โรงแรมสักแห่งแล้วก็มองว่าโอ้
14:08
เป็นประเด็นได้ด้วยเหรอนี่เพราะว่าก็มีคน
14:10
หลากหลายมากแบบบอกว่าไม่ได้นะต้องให้
14:12
เกียรติสถานที่แต่ฉันจ่ายตังค์มากิน
14:16
ฉันจะถอดฉันจะใส่แตะมาแล้วฉันจะเหมือนกับ
14:26
>> อ่ะๆก็คือชุดคลุมที่เขาแจกใช่ปแล้วก็ลาก
14:30
แตะแล้วก็ถอดลงแตะซึ่งมันก็เลยกลายเป็น
14:33
ประเด็นถกเถียงในโซเชียลก็เลยถามครูว่า
14:36
ถ้าถ้าเป็นครูครูมองยังไงกับเรื่องเนี้ย
14:38
เพราะว่ามันเหมือนกับว่าเ้าก็ก็สิทธิ์ของ
14:40
เค้านะเค้าก็จ่ายตังค์มาเอยากสบายตัวแต่
14:42
อีกด้านนึงเบอกว่ามันอาจจะไม่ถูกกาลเทศะ
14:45
ยกเท้าขึ้นมาบนเก้าอี้มันดูไม่งามมันมี
14:49
มันมีmindsซตใดที่เราจะมองเรื่องนี้อย่าง
14:52
>> คุณอยากให้คนรู้สึกอะไร
14:56
จากการกระทำนั้นน่ะบุคลิกภาพอ่ะมันคือ
14:59
สิ่งนั้นแหละสิ่งที่แสดงออกไปแล้วทำให้คน
15:02
รู้สึกคุณเอาเท้าขึ้นมาบนเก้าอี้อ่ะค่ะ
15:04
เวลาคนอื่นทำบ้างคุณรู้สึกหรือเปล่าทาน
15:07
ข้างๆคุณโต๊ะข้างๆคุณแต่คุณเห็นฝ่าเท้า
15:09
เค้าอ่ะค่ะคุณทานอร่อยมั้ยความรู้สึกมัน
15:12
เกิดหลังจากบุคลิกภาพมันเกิดไงคะเพราะ
15:15
นั้นบอกเกิดสารตั้งต้นมันคือบุคลิกก่อน
15:18
นั้นแtionมันทำให้เกิด feeling นะคะเมื่อ
15:22
เราแอชัอย่างไร feeling ก็จะเกิดเพราะ
15:24
ฉะนั้นถามว่าใส่แตะผิดไหมอ่ะมันไม่ได้ผิด
15:28
>> แต่มันทำให้คนเกิดฟลingอะไร
15:31
>> ต่างหากใส่ชุดคลุมลงมาผิดมยมันเกิดฟลิ่ง
15:36
ว่าอะไรเพิ่งตื่นหรอแล้วมากินข้าวแค่นั้น
15:41
>> แต่มันทำให้คนเกิดฟลิ่งเอากระดิกเท้าเวลา
15:46
>> แล้วเอามือถูเท้าไปด้วยเงี้ย
15:48
>> มันอาจจะไม่มีอะไรหลุดออกมาเลยนะคะพี่แต่
15:50
ว่าจินตนาการมนุษย์อ่ะค่ะมันไปไกลมากกว่า
15:54
>> มันทำให้เห็นว่าบางทีพี่เคยเห็นภาพอะไร
15:57
>> ครับ[เสียงหัวเราะ]
15:59
>> ใช่เราเห็นเราเห็นภาพคนนอนตามแบบเอ่อเรา
16:03
ไปขนส่งหรือเราไปสนามบินน่ะเราเห็นคนนอน
16:07
>> ใช่มั้ยคะแต่มันเกิดฟลิ่งอะไรอ่ะที่นี่
16:11
ที่ไหนที่นี่คือฉันมาแบบมันดูราคาถูกจัง
16:14
เลยเนาะฉันมาแล้วต้องเดินผ่านอวันนี้ฉัน
16:17
จะไปขึ้นเครื่องบินนะเนี่ยแต่ฉันอยู่
16:19
เหมือนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้อย่างเงี้ย
16:21
เหมือนแบบอยู่ศูนย์อพยพอย่างเงี้ยค่ะคือ
16:24
สิ่งที่เราทำออกไปอ่ะมันเกิดความรู้สึก
16:26
ใหม่เพราะฉะนั้นมันก็กลับไปที่อินเนอร์
16:31
>> ถ้าคุณไม่แคร์อ่ะมันไม่สามารถเอาสารอื่น
16:34
หรือ message อื่นเข้าไปใน
16:36
>> เซลบrัได้อ่ะมันไม่สามารถ
16:38
>> น่าสนใจมากเพราะว่าที่ดูกันอยู่ตอนนี้
16:40
เนี่ยบางคนอาจจะตกใจอุ๊ยฉันจะต้องปรับ
16:42
ปรุงเปลี่ยนแปลงไม่อยากเฮ้ยทุกข์ใจอะไร
16:45
>> เพราะที่เรากำลังพูดเนี่ยเอ่อ
16:48
>> หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายคนที่อยากจะ
16:51
ปรับปรุงหรืออัปเกรดซอฟต์แวร์ตัวเองใช้คำ
16:55
>> แต่ก็จะมีหลายคนซึ่งวุฒิครูฝนบอกเลยว่า
16:58
ถ้าคุณไม่แคร์ไม่สนใจในสนเป็นสิทธิ์เลย
17:02
แล้วก็ไม่มีปัญหาใดทั้งสิ้นเพราะว่า
17:05
ประเด็นคือวันนี้เรากำลังมาพูดถึง
17:06
บุคลิกภาพการสื่อสารแล้วก็รวมไปถึง
17:11
>> ใดๆเพื่อเข้าสู่สังคม
17:14
>> อย่างงดงามนั่นคือเป้าหมายเพราะหลายคน
17:17
เป็นทุกข์มากว่าฉันต้องทำยังไงนะฉันอยาก
17:20
จะให้ทุกคนมองฉันแล้วรู้สึกสบายหูสบายตา
17:24
หรือได้ยินแล้วฉันรู้สึกแฮปปี้ดังนั้น
17:26
นั่นคือโจทย์ของรายการนี้คเทนวันนี้
17:28
>> ดังนั้นคนบอกว่าฉันไม่ได้สนใจว่าใครจะคิด
17:32
>> ประตูมันปิดแล้วอ่ะ
17:34
>> จะได้จะได้จะได้แยกแยะได้ถูกไม่อยากให้
17:39
>> หลังจากการแต่งกายซึ่งเดี๋ยวจะลงดีเทลอีก
17:45
>> ส่วนใหญ่มาแล้วเไม่มั่นใจอ่ะค่ะอ
17:48
>> บางคนนะคะพี่วุดดี้ติดอยู่แค่ว่ารู้สึก
17:50
ไม่สวยรู้สึกดูแย่ในกล้องนะคะถ่ายรูปไม่
17:55
กล้าถ่ายเลยนะไปไหนจะพี่จะไม่ถ่ายรูปเลย
17:58
นะคุณน้ำฝนเพราะว่าพี่รู้สึกว่าพี่ไม่สวย
18:00
พี่ดูไม่โอเคพี่อ้วนพี่ดูอย่างเงี้ยค่ะ
18:04
คือจะติดอยู่ตรงนี้ซึ่งผู้บริหารเป็นเยอะ
18:06
มากแล้วพีู่ดรู้มั้คะว่าการมานั่งตรงเไม่
18:10
ได้เไม่ได้ตื่นเต้นว่าเขาจะพูดอะไรนะฮะ
18:13
เค้ากลัวเค้าแบบปากเบี้ยวหรือเปล่าหน้า
18:17
มุมนี้เค้าไม่สวยมั้ยอันเนี้เป็นประเด็น
18:20
ใหญ่มากของผู้บริหารที่มาเจอครูนะ
18:24
>> คือ 1 มันมาจากความมั่นมั่นใจของเขาก่อน
18:27
มันก็ต้องมาเคลียร์ก่อนว่าติดที่ตรงไหน
18:29
บ้างนะคะแล้วจะไปแก้ตรงนั้นครูไม่ได้เน้น
18:33
ว่าจะต้องแบบอุ้ยมีปมอะไรอย่างเงี้ยต้อง
18:35
ไปแก้ปมอะไรเงี้ยไม่ใช่นะคะครูก็จะเน้น
18:37
ว่าอ้าก็เอาเอาออกมาให้เห็นเป็นภาพเลยครู
18:40
ก็จะมีกระบวนการเอ่อดึงดึงทุกอย่างออกมา
18:42
เป็นภาพนะคะเพื่อให้เห็นเลยว่าสิ่งนี้มัน
18:45
คืออะไรคำว่าอะไรเช่นตาไม่เท่ากันนะคะ
18:49
คิ้วไม่มีนะคะพูดแล้วเห็นฟันล่างเวลาพูด
18:53
แล้วเห็นแต่ฟันล่างมันไม่สวยมันก็ต้องมา
18:56
ฝึกที่อะไรกล้ามเนื้อนะคะตามไม่เท่ากัน
18:58
สมมุติอ่ะแต่งหน้าช่วยได้มั้ยถ้าไม่ได้
19:01
ทศัยกรรมมั้ยคือทุกอย่างมันแก้ได้หมดอ่ะ
19:03
ค่ะจนให้เขาค้าแบบรู้สึกพอใจก่อนไปแก้ให้
19:08
มันถูกจุดหลังจากนั้นก็ค่อยเข้ามาสู่ว่า
19:10
วิธีการนั่งมือเอามาอยู่ตรงไหนหลังต้อง
19:14
ยังไงวิธีการพูดมีโครงสร้างหน่อยมั้ย
19:18
>> ส่วนใหญ่คนที่ไม่มั่นใจเกี่ยวกับตัวเอง
19:21
>> โดยเฉพาะผู้บริหารที่มาปรึกษากับคุณฝน
19:24
>> เค้าไม่มั่นใจเรื่องอะไรบ้างชัดๆเลย
19:27
>> ถ้าผู้บริหารนะคะจะแบ่งออกเป็น 2 อันที่
19:29
ชัดๆมากๆก็คือความมั่นใจกับเรื่องของการ
19:33
พูดเวลาเขาจะให้สัมภาษณ์หรือขึ้นบนเวที
19:36
อันเนี้ยเป็นเรื่องใหญ่มากบางท่านจะไม่เา
19:38
รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องแต่งตัวยังไงเพราะ
19:40
เขาผ่านอะไรมาเยอะใช่มั้คะแต่พอเป็น
19:43
เรื่องของความมั่นใจอ่ะกับการพูดบนเวที
19:45
อ่ะเขาไม่มีไงบางทีไม่ไม่รู้เลยว่าขึ้นไป
19:49
ต้องจับไมค์แบบไหนเดินไปเนี่ยเขาต้องมอง
19:52
ซ้ายมองขวามองกลางหรือยังไงแล้วมองแค่ไหน
19:57
>> จริงๆแล้วอ่ะก็ต้องพาเขากลับมาที่การสื่อ
19:59
สารว่าเทคนิคกับ Connection เทคนิคครูมี
20:02
อยู่แล้วว่ามองอ่ะมีการสายตาเล็งล็อกคยิง
20:05
ทำยังไงอะไรอย่างงี้ใช่มั้ยคะแต่อันที่ 2
20:08
คือเรื่องของ connection คือถ้าเราพูด
20:10
แล้วมี connect กับคนค่ะ connect กับคน
20:12
connect กับคนเอาแค่ว่าอยู่กับคนหูตาเรา
20:17
อยู่ตลอดแค่เนี้ยเราจะไม่ต้องนั่งท่อง
20:19
แล้วว่าเราต้องมองซ้ายกี่วินาทีมองขวากี่
20:22
วินาทีเพราะโฟกัสมันเปลี่ยนอ่ะค่ะครูจะ
20:25
สอนเอาconneกก่อนนะบางคนสบตาไม่ได้นะคะ
20:29
พี่วุดดี้ครูก็จะให้เพื่อนเนี่ยถามขึ้นมา
20:32
>> พอถามก็ต้องตอบตอบเสร็จไม่ไม่มองหน้าไม่
20:34
ได้นะสมมุติครูแบบไม่ตาพี่วุดี้พี่วุดี้
20:38
ถามถามสักอย่างครูก็ต้องหันไปตอบใช่ไหมก็
20:41
ต้องทำ exercise เพื่อกระตุ้นให้เขาใช้
20:43
ต่อมที่เขาไม่เคยใช้อ่ะค่ะ
20:45
>> แล้วให้เขารู้สึกว่าอ้อ connection คือ
20:48
>> แต่พอไม่ได้จริงๆปุ๊บครูเริ่มเอาเทคนิคมา
20:51
ช่วยละเช่น push and pool push and
20:53
pool คือมันจะสร้าง connect เองอ่ะเนี่ย
20:57
ค่ะ push แล้วก็pูเช่นพี่บูดี้คะเหลือ
21:01
ห้องน้ำไปทางไหนคะอ๋อทางด้านขวาค่ะเห็นมย
21:06
>> ใช่ค่ะแต่ถ้าเกิดว่าครูไม่มี push and
21:08
pool เช่นห้องน้ำไปทางไหนคะพี่วุดิถาม
21:12
ใช่ไหมคะคนบอกทางนู้นค่ะ
21:14
>> แต่ยิ้มแล้วสมมุติทางนู้นค่ะ
21:16
>> แต่ไม่มีพุชสมมุติวันนี้ครูแบบ
21:19
>> ครูแบบไม่พร้อมเลยนะเป็นคนไม่ดีด้วยนะฮะ
21:23
แต่ครูมียังไงนะคะพี่วุดี
21:26
>> เป็นคนดีขึ้นมาเลย
21:27
>> อุยสังเกตเลยว่าการแค่
21:31
>> มันมันเปลี่ยนวิธีการมันมีความนอบน้อมมัน
21:35
>> มันเห็นอกเห็นใจเราด้วยนะ
21:36
>> ใช่ทันทีเลยค่ะเพราะว่าสิ่งเนี้ยค่ะเขา
21:38
เรียกว่า psychological gesture ท่าทาง
21:41
เนี่ยมันเปลี่ยนวิธีคิดได้เปลี่ยนความรู้
21:45
สึกได้ไม่ใช่เปลี่ยนแค่คนตรงหน้านะคะอัน
21:47
นั้น 1 ชั้นที่ 2 เปลี่ยนตัวเองด้วย
21:50
>> ฝนบอกว่าถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าหาคน
21:53
น่ะคุณลองpุชพูไปเรื่อยๆใครถามอะไรออเหรอ
21:56
คะใครออได้ค่ะลองพุชพูไปเรื่อยๆสักพักคุณ
22:00
จะรู้สึกconnectเnectกับผู้คนแล้วคุณจะ
22:02
รู้สึกอยู่ๆคุณก็มีเป็นคนรู้สึกว่าไนขึ้น
22:05
นะด้วยตัวของตัวคุณเองดูมีน้ำใจขึ้นดู
22:08
เป็นคนดีขึ้นเองพอเรียนศาสตร์เเรารู้เลย
22:10
ว่าเฮ้ยจริงๆอ่ะกายกับใจมันคือ
22:13
connectเnectกันตลอดเวลาซึ่งจริงๆให้กาย
22:17
เกิดก่อนก็ได้ค่ะใจอย่าเพิ่งก็ได้สมมุติ
22:20
ว่าพี่พี่ไม่สามารถเป็นคนดีได้วันนี้เลย
22:22
อ่ะมันยากเพราะว่ามันต้องเกิดจากการอรวบ
22:25
รวมพลังงานแล้ววันนี้ฉันท้อฉันล้าเหลือ
22:27
เกินพี่ใช้ทิศทางของร่างกายก็ได้ค่ะเช่น
22:31
พี่ฝนใช้จะมีอยู่ 4 ทิศทิศล่างเนี่ยคือบน
22:34
ลงล่างบนลงล่างต้องเห็นลูกศรจากบนลงล่าง
22:37
เท่านั้นบนลงล่างเท่าตัวต้องเป็นเหมือน
22:39
ตะปูที่ตอกลงไปพี่พี่ลองพูดว่าตอก
22:44
>> แน่นแน่นแน่นแน่นแล้วหลังต้องเป็นตะปู
22:48
ด้วยนะคะตรงอย่างเดียวใช่ต่อต่อเข้มแข็ง
22:52
ชัดเจนมั่นใจเข้มแข็งชัดเจนมั่นใจไป
22:55
เรื่อยๆพี่จะรู้สึกเอง
22:58
>> ว่าเนี่ยมั่นใจเพราะฉะนั้นเอาไปใช้ในการ
23:00
พูดอย่างไรเวลาที่พูดอ่ะค่ะถ้าครูใช้ทิศ
23:02
ล่างในการพูดวันนี้นะคะพี่วุฒี้สิ่งที่ฝน
23:05
จะพูดนะคะเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะเพราะ
23:07
ว่าเนี่ยมันจะแข็งแล้วมันชัดตรงขึ้นมาเลย
23:11
>> มากๆเลยแต่ถ้าครูใช้ทิศหน้าพี่ขาวันนี้นะ
23:15
คะฝนจะพูดเนี่ยพี่เชื่อมเห็นมว่าเนี่ยเ
23:19
รู้มั้ไว้เปลี่ยนมพลังงานเปลี่ยนสิพอมี
23:22
ทิศหน้าเข้ามาปุ๊บโอ้โหมันมันให้ความรู้
23:25
สึกอะไรมันให้ความรู้สึกพุ่ง
23:27
>> พลังหรือ engage หรือสนุกหรือแบบ
23:31
>> อุ้ยๆลุยใช่มั้คะเพราะฉะนั้นเอามาใช้ได้
23:34
มั้ยในการพูด on stage สวัสดีครับทุก
23:37
ท่านครับกับสวัสดีครับทุกท่านครับ
23:41
>> ไม่เหมือนกันนะคะนี่คือทิศหน้า
23:44
>> ซึ่งทุกทิศอ่ะมีทั้งบวกทั้งลบนะคะ
23:46
>> เมื่อกี้นี้มีตอกทิศล่าง
23:51
>> อืมทิศหลังค่ะพี่บูดี้เอนไปเลยจ้ะ
23:54
>> เอนไปเลยนะคะต้องยอมทิศด้วยนะอันนี้
23:59
>> ทิศนี้เออรู้สึกอะไรล่ะคะลองพูดคำเดียว
24:01
กันก็ได้ค่ะลองลองพูดว่าลองพูดว่า
24:04
[เสียงถอนหายใจ]ไม่เป็นไร
24:06
>> หรือพี่จะอยากพูดพูดเองอ่ะพี่พี่คิดว่า
24:08
พี่พี่เอนหลังปุ๊บพี่อยากพูดว่าอะไร
24:12
>> พี่พี่วูดี้เราจะไปถึงเป้าหมายกันมั้คะปี
24:19
>> ไม่อ่ะ[เสียงหัวเราะ]
24:22
>> อยากอยากพักอยากยอมแพ้
24:26
>> ยอมแพ้แล้วก็ไม่เอาแล้ว
24:28
>> เนี่ยค่ะแค่ถ้าพี่ไปแค่ข้างหลังทิศหลัง
24:31
มันไม่ได้นำส่งเมเจที่มันอยู่ข้างในพี่
24:36
มันนำพาพี่กลับไปข้างหลังเลยเช่นถ้าฝนไป
24:39
สอบสัมภาษณ์ฝนนั่งพิงหลังอ่ะคนที่เห็นเรา
24:43
อ่ะค่ะ HR หรือว่าผู้ประกอบการหรือเจ้า
24:45
ของธุรกิจเขาไม่คิดว่าฝนอยากทำงานที่นี่
24:47
นะอยากทำมากเลยค่ะเพราะว่ามีแพชชั่น
24:52
เกี่ยวกับงานด้านนี้กับบริษัทพี่วูดดี้
24:54
>> ผมรับคุณเข้าทำงานทันที[เสียงหัวเราะ]
25:01
>> เชิญประตูช่อง 10 มันไม่ใช่นั่นคือทิศ
25:04
หลังเนาะเหลือทิศสุดท้ายสุดท้ายทิศอะไรคะ
25:12
>> พี่ลองหงายมือนะคะแล้วลองพูดว่าลอยขึ้น
25:16
>> ลอยขึ้นข้างบนแล้วถ้าเรากระโดดวู้ๆๆๆ
25:19
เสียงก็สูงด้วยทุกอย่างขึ้นข้างบนหมดเลย
25:22
นะคะ[เสียงหัวเราะ]อันเนี้ยแค่หงายมือพูด
25:25
อ่ะค่ะเบาจะเกิดขึ้นแล้ว
25:28
>> หรือผ่อนคลายถ้าเราทำ exercise จริงเรา
25:30
ต้องกระโดดเราต้องมีความแบบปล่อยทุกอย่าง
25:33
ลอยขึ้นอย่างเงี้ยค่ะ
25:34
>> อยู่ๆจากที่พี่แบบเครียดอ่ะมันไม่เหลือ
25:38
แล้วนะฮะเพราะร่างกายมันไปช่วยทำให้สาร
25:41
เคมีในสมองเปลี่ยนละทุกอย่างจะรู้สึกว่า
25:43
อิสระสบายเบาง่ายนะคะบุคลิกมีผล
25:49
>> ต่อการที่เราจะรู้สึกอย่างไรต่อตัวเองและ
25:52
คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับเราด้วยค่ะ
25:55
>> เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อหลายคนแล้วเพราะ
25:56
ว่าถ้าบางคนไม่ได้ดูจนจบ
25:59
>> คิดว่าฟังในช่วง 30 นาทีที่ผ่านมาจะได้
26:02
ประโยชน์อย่างแน่นอนในการวีเช็คตัวเองแต่
26:05
ถ้าคุณดูมาถึงจุดนี้แปลว่าใช่ละคุณอยากดู
26:10
>> แปลว่าใช่แล้วคุณอยากจะพัฒนาตัวเองแปลว่า
26:13
ใช่แล้วคุณเห็นว่าคุณค่าของสิ่งที่เราจะ
26:16
คุยกันตรงนี้เนี่ยน่าจะเป็นประโยชน์ต่อ
26:18
คุณดังนั้นดูกันให้จบนะครับอย่างน้อยถ้า
26:21
ดูกันให้จบเนี่ยมันจะมีบางกลยุทธ์ที่ครู
26:25
ฝนจะแบ่งปันอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
26:28
>> นะในหัวข้อต่างๆที่เราแชร์กันมาถามหน่อย
26:30
นะครับครูฝนว่าเท่าที่ดูมากับการสื่อสาร
26:36
กับการแต่งกายกับบุคลิกใดๆทั้งหมดเนี่ย
26:40
คิดว่าถ้าจะต้องเลือก 1 อย่าง
26:43
>> ที่สามารถเปลี่ยนได้ทันทีใน EP นี้กับคน
26:47
ที่ตั้งใจมาดูเนี่ยครูณฝนคิดว่าเรายก
26:50
เรื่องไหนดีที่คุณฝนมองว่าเปลี่ยนได้เลย
26:53
>> เปลี่ยนได้ทันทีเลยมันคือเรื่องร่างกาย
26:56
>> คนค่อนข้างจะเชื่อแบบร่างกายมันสามารถ
26:59
เปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยนพลังงานเปลี่ยน
27:01
ความรู้สึกได้หมดอย่างเช่นเอ่อฝนบอกไป
27:04
เรื่องทิศทางอ่ะค่ะถ้าวันเนี้ยรู้สึกท้อ
27:06
มากลองยื่นตัวมาข้างหน้าเวลาฟังคนน่ะค่ะ
27:09
ลองใช้ทิศหน้าดูลองอย่านั่งพิงหลังแต่ถ้า
27:13
วันนี้ไม่อยากทะเลาะลองถอยแล้วเอนหลังดู
27:16
แล้วพูดแบบเดิมพลังงานจะเปลี่ยนเลยนะคะ
27:20
หรือวันเนี้ยต้องการความสนุกต้องการความ
27:22
สบายลองใช้ทิศบนดูลองเลือกคิ้วขึ้นลองยก
27:26
แก้มขึ้นทุกอย่างให้เป็นทิศบนหมดลองเซ็ต
27:28
ผมหรือลองมัดผมขึ้นไปให้ลูกศรมันขึ้นอัๆๆ
27:33
ให้หมดนะคะแล้วคุณจะรู้เลยว่าความรู้สึก
27:36
มันเปลี่ยนเมื่อความรู้สึกเราเปลี่ยนความ
27:38
รู้สึกคนตรงหน้าก็เปลี่ยนค่ะพีู่ดี้เพราะ
27:41
ทุกอย่างเป็น mirror เนาะทุกอย่างเป็นแบบ
27:43
ว่าถ้าไม่เกิดตรงเนี้ยตรงนั้นเกิดไม่ได้
27:45
เช่นกันเพราะฉะนั้นถ้าเราโทษโลกว่าทำไม
27:48
ทุกคนน่ะไม่ยิ้มให้เราเลยไม่มีใครทักเรา
27:51
เลยไม่มีใครเห็นคุณค่าต้องกลับมาถามตัว
27:54
เองว่าเราโชว์อะไรออกไป
27:58
เราไปยืนอยู่หน้ากระจกเราทำอะไรครับอือ
28:02
กระจกก็คือโลกนะคะเพราะฉะนั้นโลกจะสะท้อน
28:05
อะไรบางอย่างที่คุณทำเสมอ
28:08
>> บางคนที่ติดตามฟังมาถึงจุดนี้เนี่ยอาจจะ
28:10
บอกว่าอืดูมีหลายอย่างเยอะมากเลย
28:14
>> ขอกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมนะแล้วเดี๋วัน
28:16
หลังค่อยมาเรียนกับพวกเราใหม่อีกทีนึง
28:19
อยากให้ครูฝนให้กำลังใจหน่อย
28:21
>> ว่ามันมีหลายเคสละที่ค่อยเป็นค่อยไป
28:25
>> เอาทีละ 1 ก็ได้แล้วมันมีการทฟอร์มเป็น
28:28
จริงของชีวิตจากเคสต่างๆที่ที่ครูได้ช่วย
28:31
เหลือครับเพื่อเป็นกำลังใจกับทุกคนให้ดู
28:33
จบ EP นี้นิดนึงเพราะบางคนบอกโอ๊เยอะ
28:36
เหลือเกินแต่เราไม่ได้จะลงไปลุยหัวข้อละ
28:40
100 อย่างแล้วก็ดุดันให้คุณต้องเปลี่ยน
28:43
ขนาดนั้นอยากให้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจมาก
28:45
กว่าใน EP นี้ดังนั้นมีตัวอย่างของเคสของ
28:49
การเปลี่ยนแปลงที่สามารถแบ่งปันได้มั้
28:52
>> การเปลี่ยนแปลงมันเท่ากับโอกาสเนาะคุณ
28:57
ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคุณอยากได้โอกาสเพราะ
29:00
โอกาสมันจะเป็นประตูไปสู่
29:03
ความสำเร็จที่คุณอยากได้ไม่ว่าเป้าหมาย
29:05
ของคุณจะเป็นอะไรก็ตามนะคะคือจะเป็นเงิน
29:08
ทองจะเป็นชื่อเสียงจะเป็นวัตถุหรือจะเป็น
29:13
ความสัมพันธ์อะไรอย่างเงี้ยทุกอย่างมัน
29:15
ขึ้นอยู่กับโอกาสและถ้าคุณไม่เอาบุคลิกไป
29:18
สร้างโอกาสเนี่ยมันไม่มีสารตั้งต้นน่ะพี่
29:22
วูดี้ไม่มีเครื่องจักรในการผลิตความ
29:26
สำเร็จอ่ะมันข้ามอ่ะมันไปกระโดดข้ามไปมัน
29:29
ไม่ได้เพราะฉะนั้นเนี่ยคนที่เคยเข้า
29:31
มาเรียนกับครูอ่ะค่ะมันมีหลายเคสมากมันมี
29:35
เคสนึงที่ครูเห็นเลยว่าเขาไม่มั่นใจเพูด
29:39
ไม่ได้เ้าไม่ค่อยกล้าสบตาเพูดหน้ากล้อง
29:43
ไม่ได้แล้วเเรียนทุกคอร์สเลยพี่อูดี้เหา
29:46
ตัวเองอยู่นั่นแหละนะว่าเค้าตกลงเค้าแบบ
29:50
>> แต่ในการเรียนของเขา้าอ่ะอย่างนึงที่ครู
29:52
ชอบมากเลยคือวินัยเค้าเอาทุกอย่างที่ครู
29:56
สอนไปทำทันทีแล้วส่งการบ้านทันทีนะคะ
30:00
เพราะมันก็มีหลายคนที่เรียนอุ๊ยทำได้กลับ
30:02
ไปลืมไม่ทำนะคะเพราะความรู้ในโลกเมันเยอะ
30:06
มากเลยพี่วุีเราเป็นหนึ่งในคทentใช่ไหมั้
30:08
คะแต่คทentในโลกนี้มันเยอะจริงๆแต่มันตัด
30:11
กันที่ว่าใครเอาไปทำคนเนี้ยเอาไปทำแล้ว
30:15
จากคนที่คนติดตามประมาณ 1000 กว่าคนตอน
30:19
นี้จะแซงครูแล้วอ่ะ 82,000 แล้วอ่ะ
30:23
820,000 จากคนแบบไม่ถึงแบบไม่ถึง 1000
30:27
ดีอ่ะค่ะแล้วกลายมาเป็นคนที่พูดหน้ากล้อง
30:29
แล้วสายตาแบบพี่วดี้ต้องต้องไปดูเค้าอ่ะเ
30:33
ชื่อทีน่านะคะชอบมาพูดให้แรงบันดาลใจอะไร
30:37
เงี้ยค่ะนะแล้วครูรู้สึกครูว้าวกับคนนี้
30:40
มากทุกครั้งที่เราได้คุยกันเราคูจะบอกว่า
30:41
เฮ้ยเราเป็นลูกศิษย์ที่ภูมิใจมากเลยนะ
30:44
เพราะว่าเค้าอ่ะค่ะไม่ใช่แค่อยู่ๆมีผู้
30:47
ติดตามเพิ่มขึ้นจากที่เขาทำคเทนไม่ว่าจะ
30:49
อะไรก็ตามแล้วครูแฮปปี้กับตัวเลขไม่ใช่
30:52
แต่เขาสามารถส่งพลังงานที่ดีเนี่ยไป
30:55
เปลี่ยนสังคมได้ด้วยเค้าสามารถมาพูดไม่
30:59
กี่ประโยคแล้วคนรู้สึกว่าเฮ้ยฉันเห็นทาง
31:03
แล้วฉันมีกำลังใจเดินต่อแล้วครูรู้สึกว่า
31:06
โอ้โหนี่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีมากเลยอ่ะนะ
31:09
คะแล้วมันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีสารตั้งต้น
31:11
ที่ดีอยู่แล้วแล้วเขาใช้วินัยในการไปจับ
31:14
มันนะคะแล้วเขาเอาจากครูเนี่ยไป develop
31:18
ต่อทำซ้ำๆจนเขาเจอทางแล้วตอนเาต่อยอดไป
31:23
เป็นออกหนังสือนะคะไปเป็นสปีกเกอร์จะไปทำ
31:28
คอร์สเรียนทั้งๆเที่จริงๆเก็ขอขายบ้านทำ
31:31
บ้านขายที่ต่างจังหวัดนะคะแล้วครูก็ถาม
31:35
ว่าเอ้ยหลังจากที่คนติดตามเยอะขนาดเนี้ย
31:37
แล้วเราไม่ได้พูดถึงเรื่องขายบ้านเลยอ่ะ
31:40
ขายได้บ้างมั้ยก็บอกครูคะหนูแทบไม่ต้อง
31:43
พูดขายเลยค่ะเค้าเชื่อหนูทุกอย่างไปแล้ว
31:47
จากสิ่งที่หนูทำเพราะฉะนั้นมันคือบุญเก่า
31:51
พี่บูดี้ที่เราสร้างมานั่นคือเราต้องทำ
31:53
ให้เกิดtrัเรื่อยๆเรๆๆไม่ใช่อยู่ๆเราออก
31:56
หน้ากล้องปุ๊บซื้อมั้ยซื้อมั้ยของดีซื้อ
31:59
มั้ยนี่ฉันเป็นคนขายการพรีเซนในยุคเนี้ย
32:02
ค่ะมันไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว
32:07
เคยได้คุยกับบางคนที่ประสบความสำเร็จ
32:10
ระดับสูงมากในโลกนี้เนาะเขาบอกว่าผมไม่
32:15
ชอบเลยหลักสูตรต่างๆที่สอนให้คนสื่อสาร
32:21
>> เพราะจะทำให้ผมเสียโอกาส
32:24
>> เพราะคนไทยสื่อสารไม่เป็น
32:26
>> เค้าเป็นเมื่อไหร่นะ
32:29
เราจะมีคู่แข่งเยอะมากนะ[เสียงหัวเราะ]
32:31
>> ผมตกใจกับเค้าบอกว่าพี่วุฒิเชื่อมั้ที่
32:34
เราประสบความสำเร็จไม่ใช่เพราะว่าเราเก่ง
32:37
>> เออเราสื่อสารเป็น
32:39
>> ใครที่สื่อสารเป็นได้ก่อนไม่ว่าจะระดับ
32:43
>> หรือเจ้าของกิจการหรือใครก็ตามในโลกใบนี้
32:47
ชาวนาสื่อสารโน้มน้าวกับอื
32:49
>> พ่อค้าตัวกลางเป็น
32:51
>> ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
32:53
>> อย่าให้หลักสูตรเหล่านี้เกิดขึ้นเถอะพี่
32:57
>> เพราะประเทศจะพัฒนาเกิน
32:59
>> ผมฟังแล้วผมตกใจว่าทำไมมึงคิดอย่างงี้ผม
33:02
ก็เลยตั้งเป้าว่านี่คุยกับครูฝนเราคุยกัน
33:04
มาประมาณจะหลายเดือนแล้วเนาะ
33:06
>> เราเคยคุยกันว่าหวังว่าจะได้มีโอกาสมี
33:09
หลักสูตรในการให้คนเกิดมาคุยอย่างแท้จริง
33:14
>> แล้ววันนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ผม
33:16
อยากให้ทุกคนได้รับแรงบันดาลใจและเห็นคุณ
33:17
ค่าก่อนว่าการสื่อสารที่ดีเนี่ยไม่ใช่แค่
33:23
>> แต่เปลี่ยนชีวิตคนรอบข้างคุณเปลี่ยนโลก
33:26
ของคุณแล้วลอง imagine จินตนาการว่าแล้ว
33:28
คนไทยสื่อสารเป็นทั้งประเทศและมั่นใจด้วย
33:32
นะผมว่าเราแซงเวียดนามได้นะ
33:35
>> ความเจริญจะมาถึงทันทีเลยพี่
33:38
>> คนที่เขาพูดกับพี่อย่างนั้นนะเค้าไม่ผิด
33:40
นะคะเพราะในโลกทุนนิยมที่มองตัวเลขคือ
33:43
ความสำเร็จเนี่ยเ้ามีสิทธิ์ที่จะคิดแบบ
33:45
นั้นใช่มั้ยคะเพราะเค้ามองเค้ามองเรื่อง
33:48
การสื่อสารมันเป็นศัตรูเนาะที่จะทำให้
33:51
ธุรกิจเขาอาจจะแบบได้น้อยลงอะไรแบบนี้ใช่
33:54
มั้คะแต่มันคีย์เวิร์ดมันคือแบบ message
33:57
ที่มาจากประโยคนั้นน่ะค่ะมันมีพลังมากเลย
34:00
นะมันทำให้เกิดคำถามว่าถ้าแค่เราสื่อสาร
34:04
เป็นทุกอย่างจบเลยนะคะคุณจะมีโอกาสคุณจะ
34:08
มีช่องทางในการทำกินคุณสามารถเพิ่มมูลค่า
34:12
ให้โปรดักของคุณได้คุณจะสามารถพูดแล้วนำ
34:15
เสนอสิ่งที่คนไม่เคยมองเห็นน่ะให้เขา้า
34:18
เห็นคุณน่ะจากเราอยู่นะอยู่ข้างล่างเลยก็
34:22
เราเกิดขึ้นมาแล้วเาจำจดจำเราได้เพียง
34:25
เพราะเราพูดเป็นเราขายเป็นนำเสนอเป็น
34:29
เนี่ยค่ะmindซตคนรวยเกิดขึ้นทันที
34:32
>> เพราะคุณมีสกิลที่คนรวยมีแล้ว
34:36
>> ถ้าคุณอยากรวยเนี่ยครูพูดเลยว่าคุณไปมี
34:40
>> แล้วสามารถผมไม่ได้อยากจะแบ่งว่ารวยหรือ
34:49
>> mindsซตเปิดกับปิดเพราะว่ามันขาวกระดำมาก
34:52
>> แต่แต่ผมกลัวว่าถ้าไม่ทำอย่างงั้นเนี่ยคน
34:58
>> จะไม่ชัดงั้นขออนุญาตเพื่อความชัดเจน
35:02
>> นะฮะบุคลิกภาพของคนที่มั่งมีกับไม่มีแล้ว
35:06
กันเนาะคำนี้อาจจะดีสุดเนาะ
35:08
>> หรือว่าเปิดแล้วปิดเนี่ย
35:10
>> มันมีอะไรบ้างที่ครูสังเกตเห็นว่าเฮ้ยมัน
35:13
แยกแยะได้เพื่อให้ทุกคนเริ่มเห็นกับตัว
35:15
เองว่าอืฉันอยู่ในแบบไหนนะแล้วฉันปรับ
35:20
>> มีคนถามครูบ่อยมากพี่วูดี้ที่พูพี่วุดี้
35:23
บอกเมื่อกี้ค่ะคือบุภาพคนรวยกับคนจนมัน
35:26
ต่างกันยังไงซึ่งครูเข้าใจนะในเทอมของคำ
35:29
ว่าคนรวยกับคนจนเนี่ยเอาให้มันชัดๆเพื่อ
35:31
มันจะได้เข้าใจให้ชัดซึ่งเรารู้อยู่แล้ว
35:34
ว่ามันไม่ควรไปตัดสินตรงนั้นน่ะนะอ
35:35
>> จริงๆมันคือมันมาจากต้องเข้าใจก่อนว่า
35:39
บุคลิกอ่ะมันมาจากความคิดด้วย inner กับ
35:43
มันอยู่ด้วยกันอยู่แล้วมันแยกออกจากกัน
35:45
ไม่ได้งั้นคนรวยกับคนจนเนี่ยอันดับแรกอ่ะ
35:50
อินเnerอรไม่เหมือนกันบุคลิกจึงต่างกัน
35:54
คนอยากรวยอย่างงี้แล้วกันคนอยากรวยอ่ะจะ
35:58
กล้าถามจะสบตากล้าถามกล้าขอไม่รอโอกาสสบ
36:05
ตากล้าถามกล้าขอไม่รอโอกาส
36:08
>> คนอยากรวยแล้วเเดี๋ยวเขาจะได้ความรวยใน
36:12
>> เพราะมันจะเป็นประตูสู่ความมั่งคั่งของเ
36:14
>> เพราะมันต้องเริ่มจากอยากรวยก่อนถึงจะได้
36:16
รวยไม่ใช่ว่านั่งไม่ใช่ว่านั่งจนอยู่ปุ๊บ
36:18
กินข้าวไปมื้อนึงอ้ารวย
36:21
>> เป็นไปได้ถ้าครูบอกว่าล้างตรงสิแล้วครู
36:24
สอนให้ทุกคนหลังตรงแล้วรวยกันหมดทั้ง
36:25
ประเทศแล้วตอนนี้ใช่มั้ยคะจริงๆมันไม่ใช่
36:28
มันคือต้องเกิดจากความอยากก่อนพออยากปุ๊บ
36:32
พี่อยากรู้จักพี่อยากนำเสนอพี่ไม่รอเนี่ย
36:39
>> พี่จะไม่สบตาหรอสบตาก็ต้องมาก่อนสิใช่มั้
36:44
คะสบตาหน้าก็ต้องยิ้มเพราะอยากได้ไงนะคะ
36:48
>> กล้าขอมั้ยต้องกล้าขอโอกาสอย่างงั้นอย่าง
36:51
งี้ไม่รอโอกาสค่ะรอเมื่อไหร่ฟ้าฝนจะตกเ
36:54
ไม่รอเขาเดินเข้าไปเลยสามารถมครับถ้าผมจะ
36:58
อย่างงั้นอย่างนี้เนำเสนอตัวเองเลยคน
37:00
เหล่านี้จะอยากก่อนเมื่ออยากปุ๊บ
37:03
personality มันจะเปิดนะมันจะแสดงถึง
37:06
ความกระตือรือล้นทิศหน้ามันจะมาเองพี่บุญ
37:08
ไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะมีทิศหลัง
37:11
>> นะคะเขาจะมีทิศหน้ามาก่อนแล้วคนที่มีเจ้า
37:14
ของโอกาสเนี่ยเขาจะอ่านจากตรงนี้แหละเขา
37:16
จะรู้สึกแหมเหมือนฉันตอนเด็กเลย
37:19
>> มันกระตุร้นแบบเนี้ยมันอยากได้อยากดีมัน
37:21
ดูพยายามยามแล้วเขาจะให้คุณเองเพราะเขา
37:26
>> ครูฝนผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมให้โอกาสกับน้องๆ
37:30
ที่เอเนerร์จีอย่างี้แหละที่ขอที่กล้า
37:35
>> เพราะเราเห็นเลยว่าเขาคู่ควรเพราะเหมือน
37:39
>> ผู้ใหญ่เลยให้โอกาสเด็กน้อยที่กล้าถาม
37:44
>> แล้วก็กล้าประกาศว่าฉันอยากได้สิ่งๆนี้
37:46
เพราะเราเห็นว่าคุณอยากได้ใช่มั้ยฉันจะ
37:50
>> แต่ถ้ามาแบบอือือื
37:54
>> ก็จะไม่รู้ว่าต้องการอะไรเราชอบความชัด
37:57
>> พี่รู้มยอันเนี้ยคือความลับสวรรค์เด็ก
38:00
หลายคนน่ะไม่กล้าขอไม่กล้าบอกไม่กล้านำ
38:05
เสนอเพราะแบบกลัวพี่บูดี้จะแบบดุหรือจะ
38:08
กลัวว่าเขาจะคิดว่าเรา
38:10
>> นี่คือมันผิดตั้งแต่อินเนอร์แล้วอ่ะ
38:13
>> ครับนี่คืออินเนอร์
38:17
>> ครับอินเนอร์ปฏิเสธความรวยขยายความใช่
38:20
>> ใช่ค่ะอินเนอร์ปฏิเสธเศษความรวยคือคิดเอง
38:24
เออเองคิดไปเองว่าพี่วุดดี้จะเป็นอย่าง
38:27
งั้นจะเป็นอย่างนี้เขาจะต้องอย่างงั้นแน่
38:28
เลยอย่างงี้แน่เลยพวกนี้จะเหมือนพายเรือ
38:30
ในอ่างจะวนวนแล้วอยู่ในหัวไม่ได้ใช้ร่าง
38:34
>> ไม่สบตาด้วยเพราะฉะนั้นคนที่คิดเยอะสมอง
38:39
ทำงานเยอะร่างกายจะไม่ได้ทำงานแปลว่าคน
38:41
ที่เขาคิดแล้วทำเลยนะมาแล้วเพุ่งเลยเนี่ย
38:44
ร่างกายเขาจะได้ทำงานเยอะกว่านั้นเขาจะ
38:47
>> พี่วดี้ลองพูดคำว่าเอ่อสิคะเอ่อเออเออตัว
38:51
มันจะนิ่งมีสิ่งเดียวที่เคลื่อนไหวคือตา
38:55
>> นะแต่ร่างกายจะไม่เออไม่ได้ไม่เป็นไปไม่
38:59
ได้งั้นคนคิดเยอะจึงไม่ได้ออกทางร่าง
39:04
>> ร่างกายมันเป็นสิ่งที่สามารถพูดได้มาก
39:09
>> เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จึงปฏิเสธโอกาส
39:12
>> ไม่เห็นเลยว่าเขาอยากได้จริงๆเพราะคิด
39:15
อยู่ในหัวแต่ไม่พูดเหมือนรักนะพี่วุดิแต่
39:17
ไม่พูดอ่ะไม่บอกอ่ะใช่มั้คะเราจะไปรู้ได้
39:25
รักด้วยกลัวด้วยสมมุตินะคะมันไม่มีใครรู้
39:28
กับคุณเพราะฉะนั้นสกิลที่จะทำยังไงให้
39:31
ศักยภาพของคุณเนี่ยออกมาให้โลกรู้ว่าคุณ
39:35
ทำอะไรได้คุณเป็นประโยชน์กับใครแล้วมัน
39:38
มากพอที่เขาจะเสียเงินมาจ่ายให้คุณมั้กับ
39:42
>> ต้องถามทุกคนว่าดูมาในจุดนี้แล้วไม่ว่า
39:44
คุณจะอยู่ในจุดไหนของชีวิตของสังคมถ้าฟัง
39:49
แล้วรู้สึกว่าอยากจูนกับตัวเองใน
39:52
เวอร์ชั่นที่ดีขึ้นกับการเรียนรู้พิมพ์สน
39:55
ใจมาให้วูดี้กับคุณฝนหน่อยครับเราจะได้
39:58
รู้ว่าถ้าคุณสนใจที่จะพัฒนาตัวเองจริงๆ
40:02
เราอาจมีบางอย่างที่เข้ากับคุณได้ไม่ได้
40:07
บอกวันนี้ว่าจะเกิดขึ้นฮะแต่ว่าคุยกับครู
40:09
ฝนมาสักพักแล้วว่าเดี๋ยวเราต้องทำเทสใน
40:12
การทำสัก 1 EP เพราะว่า
40:14
>> นางก็บอกว่าเรื่องบุคลิกหนูอยากช่วยทั้ง
40:16
เรื่องประเทศเรื่องการสื่อสารนะพี่พี่ถาม
40:18
ตัวเองว่าเกิดมาทำไมวะเบอกว่าอ๋อรายการ
40:21
ที่เกิดมาคุยถึงแม้จะไม่มีแล้วอ่ะแต่ผมก็
40:24
ยังยึดกับคำนี้เหมือนเดิมนะว่าการสื่อสาร
40:27
การคุยเรื่องเดียวกันนะเปลี่ยนชีวิตคน
40:30
>> คือไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิตเราเราไม่ได้มอง
40:32
จากมุมแค่สัมภาษณ์แต่การสื่อสารนี่แหละ
40:34
เราตื่นเต้นแต่ภาพแห่งความสงที่เราจะช่วย
40:37
เหลือทุกคนได้เนี่ยเราบอกว่าเดี๋ยวเอาที
40:40
>> ดูซิว่าคนสนใจมั้คือบางคนเฟังแล้วไม่ฉัน
40:44
ไม่ได้หนีแต่สิ่งเนี้ย
40:45
>> ปากท้องฉันมาก่อนฉันฉันยังไม่ต้องการการ
40:48
สื่อสารแต่ถ้าคุณคิดว่ามันน่าจะเป็น
40:50
ประโยชน์พิมพ์สนใจมาให้เราได้รับรู้หน่อย
40:53
นะแล้วเดี๋ยวเราจะประกาศกันต่อไปและฝากกด
40:55
ติดตามและ subscribe ช่องของเราด้วยคุณจะ
40:57
ได้รู้ก่อนใครนะครับเกี่ยวกับอัปเดตล่า
40:59
สุดแต่ไปที่พityเพราะว่าจากวันนั้นมาถึง
41:03
วันนี้ 10 กว่าปีเนี่ยกี่ปีแล้วนะ
41:05
>> ค่ะถ้าสอนจริงๆ 21 ปีค่ะ
41:07
>> โอเค[เสียงหัวเราะ]คือตั้งแต่วันที่เรา
41:09
เจอครูฝนในโซเชียลในวันนั้นในการเดินหมุน
41:13
เทิร์นในวันนั้นที่มันจะมีทั้งเรื่องของ
41:17
>> บุคลิกบุคลิกเหรอค่ะครูฝนมาไกลมากจนวัน
41:21
>> ขอบคุณของหลากหลายวงการต้องมาเรียนการ
41:27
>> เรื่องบุคลิกการวางตัวตอนนี้เราได้มี
41:30
โอกาสสอนใครบ้างแล้วคนที่มาเรียนเนี่ย
41:32
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไหน
41:35
>> ส่วนใหญ่ที่มาเรียนเนี่ยค่ะณตอนนี้ผู้
41:37
บริหารจะมาแบบนำโด่งเลยค่ะ
41:40
>> ผู้บริหารเนี่ยมาถึง 70%
41:42
>> นะคะอันนี้รวมถึงองค์กรด้วยนะคะ
41:45
>> มาแบบตัวต่อตัวหรือมาแบบเป็นคอร์สรวมหรือ
41:49
>> เรามี 2 โปรใหญ่ก็คือคอร์สองค์กรคือ
41:54
>> นะคะกับเป็น personal training กลุ่ม
41:56
เป้าหมายของเราเนี่ยแต่ก่อนเราก็ไม่ได้
41:59
ไม่ได้เน้นว่าต้องเป็นผู้บริหารนะคะแต่
42:02
เมื่อปี 2 ปีผ่านมาเนี้ยเราเห็นสถิติเลย
42:05
ว่าผู้บริหารมา 70% นอกจากนั้นก็จะเป็นคน
42:08
บุคคลทั่วไปคนทำงานแล้วก็เด็กที่พ่อแม่
42:11
ส่งมาเรียนมารยาทส่งมาเรียนการพูดให้รู้
42:13
เรื่องออกไปพูดหน้าฉันยังไงอะไรอย่าง
42:15
เงี้ยค่ะก็จะเป็นอีก 30%
42:17
นะคะเพราะฉะนั้นผู้บริหารทำไมถึงเยอะณตอน
42:21
นี้เพราะเขาออกมาสร้างตัวตนกันเยอะขึ้น
42:24
ด้วยตลาดที่มันแข่งขันกันเยอะมากพี่เป็น
42:26
red ocean อย่างี้ใช่มั้คะใครที่ถูกมอง
42:29
เห็นก่อนใครถูกจำได้ก่อนคนนั้นได้ไปคน
42:32
นั้นวินเออเพราะฉะนั้นถ้าเรายังแบบสมมุติ
42:34
เราไปโรงสีข้าวนะมันก็ยังขายลูกค้าเก่าๆ
42:38
แบบนี้หรือเราทำเอ่อรถยนต์ทำสีรถยนต์แต่
42:43
เราก็คือแค่ร้านที่มันเป็นนิรนามอ่ะเรา
42:48
ไม่มีแบรนด์นะคนจำไม่ได้ทำยังไงอ่ะให้คน
42:52
จำได้มันก็ต้องมาตกร่องตรงคำว่าสร้างตัว
42:55
ตนสร้างตัวตนคืออะไรก็ทำให้คนจำสิ่งที่
42:59
คุณจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นเขาอ่ะนะเป็น
43:01
ประโยชน์ทางด้านอารมณ์ก็ได้นะดูแล้วเฮาดี
43:04
สนุกดีตลกดีกับดูแล้วแบบดูแล้วอุ๊ยได้
43:07
ความรู้หรือดูแล้วอุ๊ยฮีลใจอ่ะนะฮ
43:11
>> ก็คุณก็ต้องหาทางหาช่องซึ่งฝนก็วางเป็น
43:14
หลักสูตรเลยว่ามันจะมีกี่มีกี่ชองที่มัน
43:16
จะไปได้บ้างนะคะก็ร่อนตะแกงเพื่อให้เขามา
43:20
ลงตรงนี้นะซึ่งมันต้องเป็นตัวตนที่เขา
43:23
แฮปปี้ด้วยและเป็นตัวตนที่เขาแฮปปี้และทำ
43:28
>> เพราะคนส่วนใหญ่จะชอบแบบว่าฉันอยากพูด
43:30
เรื่องเนี้ยแต่พี่ค่ะพี่พูดไม่น่าฟังเลย
43:32
อ่ะเรื่องเนี้ยพี่ไม่อินเลยค่ะคนอื่นก็
43:35
รู้หมดแล้วเรื่องนี้อย่างเงี้ยมันก็ไม่
43:37
ใช่งั้นอันนี้ตัวตนของพี่แต่ไม่ใช่ตัวตน
43:39
ที่คนอยากฟังจากพี่เลยค่ะนะคะอันนี้ก็น่า
43:42
สนใจนะคะเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากพูดไม่
43:45
ได้แปลว่าคนอยากฟังนะสิ่งที่ต้องหาคือว่า
43:48
มันต้องเป็นคุณและเป็นคุณที่คนอยากดู
43:53
>> เราจะสกัด[เสียงกระแอม]ยังไงเราจะรู้ได้
43:56
ยังไงว่าคุณที่ควรอยากดูมันอยู่ตรงไหนถ้า
43:59
เค้ามองไม่เห็นคุณฟัง
44:00
>> โอ้โหอันนี้มันมีกระบวนการอ่ะพี่
44:03
>> มันเครื่องมือที่มันจะต้องมาทำกันในใน
44:05
คลาสนะมันเรียนเถอะค่ะนะคะ[เสียงหัวเราะ]
44:11
>> ได้รู้ว่าเอ๊ะมันแนวใหม่หรือเปล่าอะไร
44:13
อย่างงี้นะคะซึ่งๆอ่าถ้าเป็นคอนเซิร์ต
44:15
>> โอยแต่ผมสนใจมากนะครูเพราะว่าเพราะว่าถึง
44:18
แม้เราทำคเทนมาเยอะนานมากอ่ะแต่เราเชื่อ
44:21
ว่าการที่เราไปconnectเnectกับการเรียน
44:24
รู้ตัวเองอีกเลเวลนึงเพราะอย่าลืมว่า
44:26
เมื่อวานนี้กับวันนี้เราก็คนละคน
44:28
>> 10 ปีกับวันนี้เราก็คนละคนแล้วก็เห็นเลย
44:30
ว่าหลายคนที่เป็นผู้บอจะ 40 30 40 50
44:36
>> เค้าก็ยังเห็นคุณค่าในการไม่เป็นน้ำเต็ม
44:40
>> แล้วก็สามารถดูตัวเองเพราะตัวเองเปลี่ยน
44:41
ทุกวันใช่มั้ครูฝนสนใจมากครับ
44:44
>> ว่าเครื่องมือครูฝนจะมีอะไรบ้าง
44:46
>> เออมันสนุกพี่เพราะว่าเราจะได้เห็นจุด
44:49
อ่อนจุดแข็งของตัวเองแล้วก็จุดขายพอเป็น
44:53
จุดขายปุ๊บเราจะมีแบบวิธีในการเอ่อสร้าง
44:57
storying concept ยังไงให้มันให้มันไป
45:00
กับเป้าหมายที่เราอยากได้เพราะงั้นทุก
45:03
อย่างมันจะต้องไปต่อเป้าหมายพี่เพราะว่า
45:05
เป้าหมายวันนี้กับเมื่อเป้าหมายของพี่
45:07
วูดิเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็อาจจะไม่เหมือน
45:09
กันเพราะฉะนั้นวิธีเราจะใช้วิธีเดิมไม่
45:13
>> แล้วเชื่อว่าทุกคนที่ดูอยู่เนี่ยนะครับ
45:16
มันมีสัญญาณจากจักรวาลส่งมาให้ตลอดว่าเธอ
45:21
อัปเกรดเรื่องนี้มั้ย
45:23
>> เดี๋ก่อนไม่เอายากเธอไปเรียนเรื่องนี้
45:26
มั้ยงูไม่เอามันเสียเวลาอือๆ
45:29
>> ฉันไปนั่งชิลดีกว่าไปล้างกาแฟดีกว่าเธอ
45:32
เธอเธอไปพัฒนาตรงนี้มาอืไม่ใช่ฉัน
45:36
>> แต่แท้จริงแล้วเนี่ยมันกำลังบอกว่าเธอไป
45:39
เอาเรื่องนี้ให้มันดีแล้วเธอก็จะได้
45:44
>> อันนี้ผมไม่ได้พูดถึงแค่บุคลิกนะ
45:46
>> แต่ผมพูดถึงความท้าทายในการจัดการเรื่อง
45:49
>> เรื่องครอบครัวทุกอย่าง
45:51
>> ความสัมพันธ์ไปจัดการมั้ยไม่เอาไม่เอา
45:55
>> สุดท้ายก็ต้องทุกข์กับมันไปเรื่อยๆเพราะ
45:58
>> ทีนี้ไม่ได้บอกว่าต้องเผชิญทุกเรื่องใน
46:00
ชีวิตนะครับทุกคนต้องดูจังหวะด้วยว่าตอน
46:02
ไหนต้องเผชิญแต่ประเด็นคือความเป็นมนุษย์
46:04
นี่แหละจะได้เห็นสิ่งนี้เนาะมากกว่า
46:08
>> ถูกมั้ยครับเพราะว่าหมีตัวนึงในถ้ำ
46:11
[เสียงหัวเราะ]คงยังไม่ได้มีโอกาสได้
46:12
ปัญญาตรงนี้เหมือนกันใช่ค่ะ
46:14
>> ใช่มั้ฮะผมว่าความงดงามของการเป็นคนเแหละ
46:17
>> คือการได้เผชิญกับอ
46:19
>> กับเรื่องราวมากมายเลยอ่ะ
46:21
>> มันคือคุณค่าพี่วดีฝนว่ามนุษย์เราเกิดมา
46:24
เพื่อมีคุณค่านะเพราะอะไรอ่ะเพราะพอเรา
46:28
เริ่มแก่ขึ้นด้วยมั้งเราเห็นคนที่เคย
46:31
ปฏิเสธสิ่งเนี้ยปฏิเสธคุณค่าปฏิเสธการ
46:35
ที่จะปรับตัวหรือการจะอยู่เพื่อใครหรือหา
46:39
ความหมายให้ความหมายกับชีวิตอย่างี้แล้ว
46:42
กันนะคะวันนึงอ่ะค่ะเค้าสามารถทำแบบนั้น
46:46
น่ะค่ะไปได้ระยะนึงเท่านั้นวันนึงต่อให้
46:51
ครูอยู่ตรงเนี้ยครูเห็นชีวิตเยอะมากเลย
46:54
มันผ่านมือกูมาเป็นหมื่นคนเนาะวันนึงเค้า
46:57
มีทุกอย่างแล้วค่ะสุดท้ายเค้าบอกว่าเค้า
46:59
ไม่รู้จะอยู่ทำไมเพราะเค้ารู้สึกตัวเอง
47:05
รถเค้าก็มีละบ้านเค้ามีแล้วเป้าหมายตาม
47:07
ที่เขาอยากได้ก็มีแล้วแต่เขาไม่ไม่รู้สึก
47:11
ว่ามีอะไรท้าทายในชีวิตเขาอีกแล้วกลับมา
47:13
ที่อะไรมันหายไปคุณฆ่าไงคุณไม่ได้รู้สึก
47:18
ถึงว่าตัวคุณมีค่าอะไรเลย
47:20
>> เพราะฉะนั้นจริงๆคุณฆ่าเกิดได้ง่ายๆนะมี
47:23
อะไร challeng ตัวเองอ่ะพี่ไม่ต้องไปคิด
47:25
ใหญ่หรอกพี่แค่มีเป้าหมายเล็กๆเวลาเรามี
47:28
เป้าหมายใหญ่บางทีมันเห็นแล้วก็เหนื่อย
47:30
แล้วค่ะอพันล้านนะฮะแล้วฉันต้องเป็นมี
47:33
ชื่อเสียงขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ตรงนั้น
47:35
อะไรอย่าเงี้ยค่ะทุกคนก็คิดอย่างงั้นแหละ
47:36
ค่ะแล้วฝนเป็นพระเจ้าก็แบบอืขอกันมา
47:39
80,000 ล้านคนอย่างเงี้ยจะให้ใครพี่มี
47:41
ตรงเดียวอ่ะนะคะคือเราแค่กำหนดว่าวัน
47:44
เนี้ยฉันจะยิ้มให้คน 5 คน
47:51
>> อย่าเพิ่งไปคิดไก่คิดสั้นๆก็สำเร็จได้
47:55
>> ยิ้มให้ได้ 5 คนก่อนอ่าสมมุติคุณมีปัญหา
47:57
เรื่องหน้าเหวี่ยงใช่มั้ยคนไม่รักคุณเลย
47:59
เนาะไปยิ้ม 5 คนให้ได้อ่ะส่งการบ้านกูมา
48:02
วันนี้ได้มครบม 5 คนเนี่ยนะฮะหรือทักคน
48:09
อย่ารอคนทักวันนี้ทักให้ได้ 5 คนและต้อง
48:12
เซตเป็นตัวเลขไม่งั้น KBI ไม่ชัด
48:16
>> คือให้ได้ 5 คนนะทักให้ได้นะแล้วคุณไม่
48:19
ต้องคิดมากเขาจะตอบถ้าคุณตอบเจะตอบว่า
48:21
อะไรเรื่องของเขา Mission I'mด done แล้ว
48:24
>> พอ Go with the flow ทับมาก็ต่อไปแค่
48:30
>> ร่างกายในการดูแลให้มันฟิตยังต้องเข้ายิม
48:36
>> ถ้าไม่ทำต่อเนื่องมันก็ไม่ได้ผลลัพธ์
48:40
>> ไม่ใช่ว่าไปเรียนวันเดียวหรือฟังคเทนนี้
48:44
>> แค่รู้สึกอ้อฉันจะเปลี่ยนแต่ถ้าไม่ทำต่อ
48:46
เนื่องหรือเอาตัวเลขมาใส่เพื่อมีจำนวนให้
48:50
มันให้มันมีระยะแล้วก็มีความถี่เนี่ยมัน
48:53
ก็อาจจะไม่ได้เกิดขึ้น
48:54
>> เชื่อมั้พี่วดี้ฝนเชื่อเลย 99% ดูเทปเรา
48:57
อ่ะจะรู้สึกเอ้าๆจริงหรออุ๊ยเหรอ
49:05
>> มันจะมีแค่เปอร์เซ็นต์เดียวเท่านั้นแหละ
49:06
>> อคุณว่าต้องมี 1% ที่ดู EP นี้จะได้
49:09
>> แล้วฝนเชื่อว่าฝนมาวันเนี้ยเพื่อ 1% นั้น
49:13
>> 1% นั้นเาค้าจะทำอะไรครับหลังจากดู EP
49:17
>> คุณเป็นคนที่มีค่ามากเลยเพราะครูเชื่อว่า
49:19
คุณจะลงมือทำทันทีเช่นคุณจะเปลี่ยน
49:22
mindset ทันทีว่าสิ่งเนี้ยมันคือโอกาส
49:28
>> มันสิเป็นสิ่งที่คุณทำได้เลยทันทีแล้วมัน
49:31
สร้างความมั่งคั่งให้คุณได้จริงๆโดยการ
49:33
ที่คุณจะเริ่มกลับมาดูแล้วว่าบุคลิกภาพ
49:36
ภายนอกนะ A B C ดี appearance นะคะยืน
49:40
เดินนั่งโพสช่าถ่ายรูปนะคะภาษากายเสื้อ
49:44
ผ้าหน้าผมทุกอย่างที่เป็นตัว A เนี่ยคุณ
49:47
มีป่ะถ้าคุณไม่มีคุณไปซ่อมมัน
49:51
>> นะคะคุณมีมารยาทการเข้าสังคมมีพฤติกรรม
49:54
ยังไงมันเป็นที่รักมั้ยหรือมันทำให้คน
49:56
เกลียดนะฮะอันที่ 3 C Communication
49:59
วิธีการพูดการพูดการสื่อสารของคุณคุณนำ
50:03
เสนอได้ดีแล้วหรือยังนะคะคุณสามารถพูดใน
50:05
ที่ประชุมสามารถพรีเซนตงานสามารถพูดหน้า
50:08
กล้องแล้วมันทำให้เอ่อสร้างโอกาสหรือให้
50:12
คนเห็นศักยภาพคุณได้หรือยังนะคะ Dog คือ
50:14
Design Thinking คือวิธีการคิดในแง่บวก
50:18
คิดเชิงมี GRth Mindset การวิเคราะห์คน
50:22
การทำยังไงก็ได้ให้ภายในของเราเนี่ยมันดี
50:25
คุณมีครบแล้วหรือยังถ้าคุณมีครบคุณไม่
50:28
ต้องไปคิดเลยว่าทำอย่างไรจะประสบความ
50:30
สำเร็จคุณคิดแค่ว่าอะไรที่ทำให้คุณล้ม
50:35
>> ถ้าคุณไม่มีเสียอันเนี้ย
50:37
คุณล้มเหลวแน่นอนล้มเหลวทางการสื่อสารแน่
50:39
นอนแล้วการสื่อสารไม่ดีคุณไม่สามารถมี
50:43
เครื่องจักรไปผลิตเงินแน่นอน
50:45
>> เพราะฉะนั้นบางทีคิดกลับหัวก็ดีเหมือนกัน
50:48
>> ทุกคนคิดหมดเลยว่าเราจะประสบความสำเร็จ
50:50
อย่างไรทำไมไม่คิดมั่งว่าอะไรที่ทำให้เรา
50:55
>> ไปอุดไม่มีไปทำไปหาซ่อมหลังคาบ้านมันรั่ว
51:00
เนี่ยไปเอาถาดไปลองอยู่ได้
51:03
>> ไปขึ้นไปซ่อมจบแล้ว
51:04
>> ดูมาถึงจุดๆนี้แล้วนะครับเราจะให้ของขวัญ
51:06
กับ 1% ที่มีโอกาสสำเร็จมากกว่าคนทั่วไป
51:09
จริงๆก็ขอชื่นชมทุกคนที่ดูมาถึงจุดนี้นะ
51:12
>> เราจะให้อย่างที่สัญญาตั้งแต่ต้นเคล็ดลับ
51:15
สัก 1 อย่างที่เอาไปใช้ต่อได้แน่นอนเอา
51:18
ที่ A ก่อน appearance ถ้าต้องเลือก 1
51:20
เรื่องที่คิดว่าทุกๆคนปรับได้เลยวันนี้
51:23
เพราะเ้ากำลังจดอยู่ตอนนี้เนาะ
51:25
>> เรื่องการนำเสนอตัวเอง appearance ภาพ
51:29
>> คิดว่า 1 เรื่องที่น่าจะแสุดแล้วทุกคน
51:31
สามารถหยิบไปเทิร์นได้เลยตั้งแต่ EP นี้
51:35
>> ยิ้มค่ะคือรู้สึกว่าสังคมตอนนี้มันขาด
51:38
เรื่องนี้มากใครพูดว่าเมืองไทยสยามเมือง
51:41
ยิ้มนี่ฝนค้านสุดตัวเลยนะ
51:43
>> โอเห็นฝรั่งยิ้มอย่างเดียวให้ฝนเนี่ยทุก
51:45
วันเนี้ยไปไหน Hell นะฮยิ้มมาคนไทยพี่ก็
51:48
ยิ้มกันหมดเลยค่ะนะคะดูแต่มือถือ
51:50
>> นะคะเพราะฉะนั้นยิ้มสำคัญมากแล้วก็เชื่อ
51:54
ว่าเมื่อเราแค่ยกแก้มขึ้น
51:57
>> นะให้มันไปชิดกับลูกกับตา
52:03
>> คือมันจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดสูตร
52:11
>> มี 1 2 ล็อคนี่ท่องเลยค่ะตัวมาตามองยิ้ม
52:14
เบอร์ 2 มี 1 2 ล็อค[เสียงหัวเราะ]คือ
52:15
อะไรนะคะตัวมาคือตัวมาไงคะเออตามองมยตาก็
52:20
ต้องมองยิ้มเบอร์ 2 คือยิ้มเห็นฟันบน
52:22
>> เพราะยิ้มเบอร์ 1 คือไม่เห็นฟัน
52:26
>> ยิ้มเบอร์ 3 เห็นฟันบนล่างเออ
52:29
>> ยิ้มเบอร์ 4 เหมือนหัวรบปะ
52:32
นี่คือยิ้มเบอร์ 4 เบอร์เออ
52:34
>> แต่ว่าวันนี้ถ้าจะรอดในช่วงนี้ก็ 2 ไป
52:38
>> เบอร์ 2 เบอร์ 2 เนี่ยเป็นยิ้มที่เป็น
52:41
>> ถามว่าเบอร์อื่นผิดมั้ยไม่ผิดค่ะแต่เป็น
52:44
ยิ้มให้มันค่ะนะฮะยิ้มเบอร์ 2 นี่คือ
52:48
>> ยิ้มเห็นฟันบนแล้วยิ้มที่ดีที่สุดจะต้อง
52:50
เห็นช่องสามเหลี่ยมที่อยู่ตรงระหว่าง
52:53
กระพุ้งแก้มกับตัวฟันของเรา
52:56
>> น่านะคะเข้า 1 2 ล็อคคืออะไรมี 1 2
52:59
ล็อคคือมีการล็อคกล้ามเนื้อล็อคกล้าม
53:02
เนื้อล็อคกล้ามเนื้อวันนี้เอาสูตรมาบอก
53:04
เลยนะเนี่ยนะคะแพงนะฮะเนี่ย
53:07
[เสียงหายใจอ้าปากค้าง]
53:07
>> ล็อคกล้ามเนื้อล็อกกล้ามเนื้อการล็อค
53:09
กล้ามเนื้อไม่ใช่เก่งกล้ามเนื้อค่ะล็อค
53:11
เช่นข้อ 1 นะคะข้อ 2 นะคะสมมุติครูยื่น
53:14
อะไรให้พี่วูดี้ใช่มั้คะทุกอย่างอ่ะค่ะ
53:16
มันมีล็อคหรือเปล่ามันไม่มีเฟิร์มอันนี้
53:18
คือยื่นอ่ะพี่วูดี้ค่ะโทรศัพท์นะคะใช่มั้
53:21
คะแต่ถ้าล็อคค่ะ 1 2 ล็อคพี่วูดี้ค่ะนี่
53:24
โทรศัพท์ค่ะมาตของความมีบุคลิกภาพเนี่ยนะ
53:27
คะมันจะเกิดทันทีมันจะชัดมันจะเฟิร์มมัน
53:32
จะคมเหมือนคนเล่นโฆษณาค่ะเออ
53:35
>> เช่นสมมุติ[เสียงกระแอม]ปากกาอ่ะฮะกับกับ
53:43
>> มันอะไรประมาณนี้มันมี 2 จังหวะที่จะ
53:45
>> มันมีจังหวะที่ล็อคกล้ามเนื้อมันจะคมคม
53:47
เสร็จเกิดอะไรขึ้นการสื่อสารมันชัดอ่ะ
53:49
เหมือนพี่วุฒิจะส่งลูกบอลให้ฝนน่ะค่ะบอก
53:52
ฝนรับนะแอนส่งรับนะแอนส่งฝนจะรับได้เพราะ
53:57
ว่าฝนมีจังหวะหายใจแล้ว
53:59
>> แล้วการมีจังหวะนี้มันบ่งอะไรมันบอกอะไร
54:03
>> มันบอกว่าพี่ที่ตั้งใจถ้ามันไม่ตั้งใจอ่ะ
54:07
>> เนี่ยไม่ตั้งใจเนี่ยใช่มั้ยคะมันบอกว่า
54:11
ไม่ตั้งใจเสร็จปุ๊บมันสื่อสารอะไรอีกเค้า
54:13
คิดต่อได้ไม่ให้เกียรติดูถูกเค้าเห็นเค้า
54:16
เป็นอะไรเห็นมั้ยมันจินตนาการมนุษย์อ่ะ
54:19
มันไม่มีที่สิ้นสุดอ่ะค่ะคำมันจะมาเต็ม
54:22
เลยคำที่จะเป็นไบอสต่อเราอ่ะเพราะฉะนั้น
54:25
ถ้าเราหัดล็อคกล้ามเนื้อเป็นครูพาไปซี่
54:27
สารตั้งต้นไงคนที่ดูอยู่อ่ะอาจจะเถียงครู
54:30
นะโอ้โหมานั่งทำอะไรครูกำลังลงรายละเอียด
54:33
>> เพราะสิ่งที่คุณอยู่ทุกวันนี้มันคือผล
54:35
ลัพธ์ผลลัพธ์คืออะไรผลลัพธ์คือความรู้สึก
54:37
รู้สึกไม่ชอบคนนี้เลยรู้สึกเอ่อรู้สึกถูก
54:40
ชะตาคนนี้รู้สึกคนนี้แบบเหมือนไม่ได้ทำ
54:43
บุญร่วมกันมาอันนั้นคือความรู้สึกแต่คุณ
54:45
ดูดีๆอะไรมันเป็นสารตั้งต้น
54:49
ผมคุณมยที่มันชี้โด่ชี้เด้่หรือคุณมองคน
54:53
ด้วยการเอียงองศาผิดมั้ย
54:56
>> คือสันตงต้นมันมีหมดแหละแต่คุณไปเอาแค่
54:59
ความรู้สึกไม่รู้เหมือนกันพี่อธิบายไม่
55:00
ได้ว่าพี่ไม่ชอบเพราะอะไรคุณอยู่กับ
55:03
feeling แต่เวลาคุณเรียนคุณต้องมาเรียน
55:06
dot dot to dot เพื่อให้สร้างเส้นตรง
55:09
ให้มันตรงแบบที่คุณอยากได้
55:11
>> dot นี่คืออะไรล็อคกล้ามเนื้อนะมองศพตา
55:14
นะโยกตัวไปข้างหน้านะโยกกลับมานะยิ้ม
55:18
เบอร์ 2 นะยิ้มเห็นฟันบนนะเนี่ยค่ะต้อง
55:20
เป็นแบบนี้คุณถึงจะสร้าง feeling ให้มัน
55:23
เกิดได้อย่างที่คุณต้องการ
55:24
>> appearance ไม่ว่าจะเป็นการยิ้มนะรวมไป
55:27
ถึงการวาง 2 จังหวะกับทุกท่าทางของชีวิต
55:32
พอมาที่ตัว behavior หรือว่านี่ใช้คำว่า
55:38
>> พฤติกรรม 1 มารยาท
55:39
>> ที่ทุกคนจะได้ประโยชน์เมื่อนำไป
55:42
>> พิจารณาและปรับใช้คือ
55:44
>> ขอบคุณขอโทษขออนุญาตรบกวน
55:49
>> ขอบคุณขอโทษขออนุญาตรบกวนขอบคุณขอโทษขอ
55:52
อนุญาตรบกวนพูดให้ติดปากคำพวกนี้จะเป็น
55:57
>> นะคะ 4 ชั้นนะให้คุณรอดพ้นจากทุกอย่าง
56:01
ขอบคุณเป็นขอบคุณตัวเองขอบคุณทุกอย่างใน
56:05
โลกใบนี้เอาจริงๆนะศาสตร์แห่งการขอบคุณ
56:07
เห็นมั้คะเดี๋ยวเนี้ยมีกันเยอะแยะไปหมดนะ
56:09
คะการขอบคุณมันคือการยอม
56:12
>> ยอมให้มีบางอย่างอยู่ข้างบนเราค่ะน้อม
56:16
>> นะคะขอโทษก็คือรู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือ
56:19
ไม่ได้ถูกใจคนอื่นก็ขอโทษขออนุญาตก็คือ
56:22
การการทำให้เห็นว่าเราตัวเล็กเราให้
56:25
เกียรติเค้ารบกวนก็คือเราไม่สั่งเราแค่ขอ
56:31
>> ขออนุญาตเอ่อรบกวนปิดประตูให้หน่อยนะคะ
56:35
กับปิดประตูให้หน่อยมันต่างกันนะ
56:38
>> เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีมารยาทแค่นี้ก่อนนะ
56:40
จริงๆมันเยอะมากเลยนะคะเอาแค่เนี้ยแลอัพ
56:42
ไปแล้วลองทำทุกวันครูเชื่อว่า KPI อ่ะนะ
56:47
มันคือสิ่งที่มันจะแสดงผลแล้วกันนะคะมัน
56:51
คือคนที่จะปฏิบัติต่อคุณน่ะมันจะเปลี่ยน
56:54
>> อื[เสียงกระแอม]คุณจะเห็นเลยว่า
56:56
>> ยิ้มให้คุณรึเปล่า
57:00
โต้ตอบกับคุณมั้ยคุยต่อมยให้โอกาสคุณมย
57:04
อันนั้นน่ะคือตัวชี้วัดหลายคนบอกจะรู้ได้
57:07
ยังไงมันดีไม่ดีฟีดแบคจะบอกคุณเอง
57:10
>> ครับ Communication การสื่อสารครับ 1
57:13
เรื่องที่เอาไปใช้ได้เลยตอนนี้คือ
57:23
ให้ฉันทำอะไรหรือคุณจะทำอะไรอย่าให้คน
57:28
ตั้งคำถามกับเราว่าแล้วเพื่อให้ฉันทำอะไร
57:34
ว่าสรุปอย่าให้คำนี้เกิดขึ้นพอเกิดขึ้น
57:37
ปุ๊บแปลว่าคุณไม่มี CTA ไม่มี to action
57:40
>> บรรยากาศแบบไหนที่ไม่มี CTA ในการสื่อสาร
57:42
ในการสื่อสารเช่นประโยคแบบไหนที่ไม่มีไม่
57:45
มีสิ่งนี้แล้วมันงงสำหรับคนรับสา
57:48
>> มันไม่มีเป้าหมายว่าให้เขาไปทำอะไรเช่น
57:50
พี่บุดี้คะพอดีว่าเอ่อครูน้ำฝึกเ้ามาแล้ว
57:56
>> ไม่รู้[เสียงกระแอม]เพื่อรับทราบ
57:57
>> ให้พี่ทำอะไรให้ทำอะไร
57:59
>> ใช่มาแล้วนะคะรออยู่ในห้องนะคะพี่วุดี้จะ
58:02
ให้คุณน้อมฝนเข้ามาเลยมั้ยคะ
58:04
>> CTA คือ permission สิบอกฉันสิว่าจะให้
58:09
>> หรือแจ้งให้ทราบว่าครูสบายดีพร้อมถ่ายทำ
58:13
แล้วพี่วุฒิพร้อมเมื่อไหร่ก็เดินออกมาได้
58:15
เลยค่ะประมาณนี้ใช่มั้ยมันมีมันมีจะรู้ทำ
58:18
อะไรต่อเค้าเรียกว่าคุณต้องอย่าไปคิดว่า
58:21
คุณจะพูดว่า what อย่างเดียวคุณต้องตอบ
58:25
>> คุณอย่าไป What อย่าไปคือแบบว่าจะพูดอะไร
58:29
ดีบ้างพูดอะไรบ้างแต่คุณต้องพูดว่าพูด
58:34
>> สิ่งเนี้ยมันจะเกิดพีเซนเองมันเอาไปใช้ใน
58:38
การทำpresีentationได้เลยนะคะ Y เนี่ย
58:41
>> นะคะพอ Y ปุ๊บทุกอย่างมันจะตามมาเอง
58:44
>> เป้าหมายผลลัพธ์มาเพียบเลย
58:49
>> Design Thinking ค่ะ
58:50
>> คือในเทอมของบุคลิกภาพมันคือความคิด
58:57
>> ออกแบบได้เราจะออกแบบบวกลบได้หมดเลยเพียง
59:00
แต่เราสื่อสารกับสมองใหม่ให้เป็นเรา
59:05
บรรจุเหรียญลบเยอะไปมั้ยในหัวแหมอย่าง
59:10
เงี้ยคำว่าแหมก็ใช่สิเนี่ยอันนี้ต้องเลิก
59:13
ออกจากในหัวเลยแหมใช่สิก็ฉันมันก็เธอมัน
59:17
สวยนี่ก็เธอมันเ้าพี่รวยแล้วนี่พี่ก็พูด
59:19
ได้อย่างเงี้ยค่ะโอ้โหคำเนี้ยจะเป็น
59:22
อุปสรรคใหญ่หลวงต่อความมั่งคั่งในชีวิต
59:26
ของทุกคนเลยค่ะเพราะมันบอกว่าฉันทำไม่ได้
59:28
หรอกเขาทำได้คนเดียวใช่สิพี่วุดี้มีชื่อ
59:34
เลยมีเวลาว่างไปปฏิบัติธรรมไง
59:36
>> ไม่ต้องหาเลี้ยงชีพแล้วไปปฏิบัติธรรมได้
59:39
>> ถ้าฉันมีเงินเท่าเค้าก็ไปทำได้แล้ว
59:42
>> โอ้โหอันเนี้มันขวางทุกอย่างเลยจริงๆแล้ว
59:45
อ่ะหลายๆอย่างที่มนุษย์คนนึงทำได้เราทำ
59:48
ได้เลยวันนี้นะคะเราไม่ต้องรอเลยเช่นมี
59:52
ความสุขอ่ะหลายคนชอบเอาเป้าหมายตั้งเมาส์
59:56
เป็นความสุขจริงๆมันในขณะทำงานก็มีความ
59:59
สุขได้แล้วหรือวันเนี้ย[เสียงหัวเราะ]
1:00:02
>> มันก็สร้างได้แล้วมันอยู่ที่ว่าพี่จะมี
1:00:05
>> จะพี่ทำเลยมั้ยถึงบอกว่าความรู้เนี่ยบาง
1:00:12
>> รู้น้อยกว่านี้หน่อยก็ได้อ
1:00:15
>> มันจะเห็นผลเห็นอะไรบ้างเห็นดอกเห็นผลจะ
1:00:19
ได้รู้มันผิดหรือถูกอย่างวันเนี้ยนั่งฟัง
1:00:22
กันน่ะค่ะพี่วูดี้มันอาจจะไม่ได้ถูกทั้ง
1:00:24
หมดนะคะยายครูคนนี้มานั่งพูดเนี่ยมันอาจ
1:00:26
จะแบบมันอาจจะไม่พูอะไรเลยไม่มีผลลัพธ์
1:00:35
>> นึกออกมั้ยคะ[เสียงหัวเราะ]
1:00:37
คุณอย่าด่าก่อนสิเพราะคุณยังไม่เห็นเลย
1:00:40
อ่ะว่ามันใช่หรือไม่ใช่ใช่มั้ยคะเพราะ
1:00:43
ฉะนั้นคุณลองก่อนลองก่อนคุณไม่เชื่อคุณก็
1:00:46
>> คือเวลาเราฟังอะไรก็ตามเนี่ยนะแล้วเราไป
1:00:49
พิสูจน์เองอ่ะแล้วเราก็มาคอมเมนต์ต่อผม
1:00:52
ว่ามันเลิศมากเลยนะแต่ว่ามนุษย์ดาวส่วน
1:00:54
ใหญ่จะติดกับดักของคอมเมนต์ทันทีโดยที่
1:00:57
ยังไม่ได้หลอกแต่แต่มันมาด้วยเเจอร์ใช่
1:01:00
>> ไม่ใช่อะไรมันง่าย
1:01:02
>> มันง่ายมันไม่ต้องคิด
1:01:05
>> มันไม่ใช้พลังงานอย่างงี้ดีกว่า
1:01:08
>> มันไม่ต้องใช้พลังงานเยอะ
1:01:09
>> ซึ่งครูก็บอกอีกเหมือนกันว่าไม่งั้นคนก็
1:01:13
มันเจริญงอกงามกันหมดแล้วค่ะพี่
1:01:16
>> มันคงไม่เกิดแกปหรอกถ้าทุกคนคิดได้หมดอ่ะ
1:01:18
จริงมั้ยเค้าถึงไม่อยากให้เราพัฒนาไง
1:01:22
>> เค้าเห็นอย่างเงี้ยเค้าชอบเลยนะ
1:01:24
>> คนที่คนที่เา้ามีmindซตของการเป็นปลาฮุบ
1:01:29
>> นะฮะเชอบเลยโอ้เดี๋ไปดูคอมเมนต์สิอือไอ้
1:01:32
พวกไรการศึกษาเนี่ยมันอย่างงี้แหละเรา
1:01:33
เวลาเราออกอะไรไปนะไอ้พวกนี้แหละมันเป็น
1:01:36
พวกเป็นทาสการเอ่อการตลาด
1:01:39
>> สิ่งเหล่านี้แหละไอ้พวกนี้มันฉลาดหรอก
1:01:41
>> คุณยอมให้คนพวกนั้นเนี่ยมาตัดสินคุณได้
1:01:45
>> ถ้าคุณมี critical thinking คุณมีทักษะ
1:01:48
การสื่อสารแล้วคุณรู้ว่าคุณจะพูดตอนไหน
1:01:51
พูดเพื่ออะไรนะคะแล้วพูดแบบไหนคุณจะได้
1:01:55
ประโยชน์และสร้างประโยชน์อุยแล้วคุณมีตรง
1:01:57
นี้นะคุณเจริญเลยวันนี้
1:02:01
>> คุณรู้เลยว่าเนี่ยคุณมีเหมืองะเหลือแค่
1:02:06
>> คุณเปลี่ยนความคิดได้คุณมีเหมืองแล้ว
1:02:09
>> ขุดต้องใช้แรงมั้ยใช้แต่คุณไม่ใช้แรงครู
1:02:11
ไปหาเครื่องจักรมานะคะอย่างครูครูเป็น
1:02:14
เครื่องจักรให้อ่ะครูไปจ้างครูไปทำไงใช่
1:02:16
มั้ยคะมันก็ได้หรือคุณจะทำเองได้ร้องผิด
1:02:19
ร้องถูกไปแต่ขออย่างเดียวทำเถอะค่ะ
1:02:23
>> อือืมันมีภาคผนวกของเราในคentในวันนี้นิด
1:02:26
นึงก็คือเรื่องของสิ่งที่เราเห็นต่อหน้า
1:02:29
>> เพราะว่าหลายคนก็อาจจะติดว่าจะสื่อสารยัง
1:02:31
ไงดีคือแน่นอนอันนี้คือทั้งคนที่ต้อง
1:02:34
ระวังตัวเองและคนที่จะต้องรีแอคด้วย
1:02:37
อันดับแรกของติดฟันดังนั้นการที่เรา
1:02:41
เคี้ยวติดฟันเนี่ยแนะนำคนที่พวกเราเนี่ย
1:02:43
ที่เคี้ยวทุกวันเราควรจะมีนิสัยในการครู
1:02:47
ศึกษามาเยอะแล้วก็น่าจะบอกได้ส่องล้าง
1:02:50
แปลงแล้วคนที่เห็นภาพนั้นแต่อยากเตือนมัน
1:02:54
มีวิธีการยังไงที่เตือนแบบมีมารยาทอันนี้
1:02:56
คือเราไม่ใช่เพื่อนสนิท
1:02:58
>> เราไม่ใช่นายลูกน้องเราไม่ใช่ครอบครัวนะ
1:03:02
เราเป็นคนกึ่งแปลกหน้า
1:03:04
>> เออเชิญครับเอาเรื่องแรกก่อนติดปากติดฟัน
1:03:08
>> โมีคนเคยถามด้วยเรื่องของติดฟันแล้วก็ลืม
1:03:15
>> โหมันเป็นโจทย์ที่ยากมากเลยนะสำหรับคนที่
1:03:17
ไม่รู้จักกันน่ะค่ะ
1:03:19
>> ซึ่งอันนี้ครูก็ต้องสอนเพราะว่า
1:03:21
>> มันเกิดขึ้นได้อ่ะ
1:03:22
>> ในชีวิตจริงใช่มั้คะอย่างอะไรติดฟันคน
1:03:25
อื่นเนี่ยทำยังไงดีคือบริบทสำคัญมากค่ะ
1:03:28
พีู่ดี้ตรงนั้นน่ะบริบทมันเป็นยังไงมัน
1:03:33
จำเป็นต้องบอกตรงนั้นมั้ยจำเป็นขนาดนั้น
1:03:36
มั้ด้วยนะคุณต้องประเมินสถานการณ์เป็น
1:03:39
หรือตรงนั้นเนี่ยมันมีเพื่อนเค้ามั้ยที่
1:03:42
นั่งใกล้เราแล้วเราแบบแก
1:03:48
>> อ่ะอย่างเงี้ยหันไปกระซิบเค้าก็ได้
1:03:51
>> มันไม่มีกฎตายตัวนะพี่วุดดี้บัญญัติออกมา
1:03:54
ในหนังสือว่าเพื่อนมีอาหารติดฟันมีพริก
1:03:57
ติดฟันต้องบอก 1 2 3 4
1:03:59
>> โหมันไม่ใช่มั้ง
1:04:01
>> ใช่มั้ยคะเพียงแต่ว่าเราอ่านบรรยากาศให้
1:04:04
ออกแล้ว Read the Room เสร็จปึ๊บหาตัว
1:04:09
>> อืหาตัวช่วยก่อน
1:04:10
>> ใช่เพราะถ้าคุณไปลงมือทำเองเค้าอายเค้า
1:04:14
กีดคุณก็ได้อย่างเงี้ยเราไม่รู้ไงพื้นเพล
1:04:18
>> เพราะนั้นเราพูดถึงคนที่ไม่สนิทกันเนาะ
1:04:19
>> ไม่สนิทใช่แต่เพื่อนเราเราอาจจะ
1:04:21
>> อืออือๆออย่างเงี้ยอาจจะชี้ชี้เราก็ต้อง
1:04:27
อ่าไม่ปากกับฟันอะไรอย่างเงี้ยเออเราต้อง
1:04:30
แวบๆถ้าเราสนิทกันเราก็เดินไปแกะๆฟันๆ
1:04:33
>> เก็ไปห้องน้ำไปห้องน้ำ
1:04:35
>> เออก็[เสียงกระแอม]ให้เค้าไปห้องน้ำอะไร
1:04:36
ว่าไปนะคะแต่สมมุติไม่มีเพื่อนเลยมันจะมี
1:04:39
อีกเจ้าหนูจำไมค์ชอบถามไม่มีเพื่อนไม่มี
1:04:43
ใครเลยประเมินได้มั้ว่าถ้าเขาพูดไปอ่ะมัน
1:04:47
ส่งผลต่อส่งผลต่อภาพลักษณ์เค้าขนาดไหน
1:04:51
เค้าจะดูแย่มากมยถ้ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น
1:04:54
เช่นคุณไปสังเกตเห็นเองมันเป็นแค่เศษ
1:04:56
อาหารแต่ว่าคนอื่นมันมองไม่เห็นหรอกถ้า
1:04:58
ไม่บอกอ่ะก็ไม่จำเป็น
1:05:01
>> ก็ไม่จำเป็นนะคะ
1:05:03
>> ถึงแม้ว่าเค้าจะเดินขึ้นเวทีไป
1:05:06
>> ยิ่งเวทียิ่งไม่เห็นใหญ่เลยไม่ใช่สาระ
1:05:17
>> เป็นสาระสำคัญมั้ย
1:05:20
>> ต้องคำนึงถึงตรงไม่ใช่ตะบี้ตะมันพูดความ
1:05:23
จริงและคิดว่ามีประโยชน์
1:05:25
>> แล้วสรุปก็ผลลัพธ์มันไม่ได้เป็นอย่างที่
1:05:30
>> ในทางกลับกันน่าจะเป็นประโยชน์สุดกับคน
1:05:34
ต้องระวังตัวเองอันนี้คือคนที่เห็นเนาะ
1:05:37
กับคนที่กระทำแล้วกันนะพวกเราต้องระวัง
1:05:41
>> เพื่อให้เป็นนิสัยกิจลักษณะในการmakeชว่า
1:05:45
อย่างน้อยใบหน้าเหรอเนี่ยจะฟันฟันเงี้ย
1:05:48
มันดูน่ามองตลอดตอดนั้นมีมีคำแนะนำมั้
1:05:52
ครับเกี่ยวกับเรื่องของหลังทำกิจวัตรทาน
1:05:56
อาหารใดๆมันมีมันมี procure ผมอยากรู้ว่า
1:05:59
>> ไม่ใช่แค่ผู้หญิงนะแต่คนที่เขาเทคcareคร
1:06:01
ตัวเองจริงๆเนี่ยเขาต้องมีมาตรการยังไง
1:06:03
บ้างเพราะว่าแค่บอกว่าก็ส่องกระจกดูสิมัน
1:06:06
อาจจะมันอาจจะง่ายแต่มันมีมันมีวิธีการ
1:06:10
ที่นักเรียนที่เราไปเรียนเนี่ยที่เราเห็น
1:06:11
ที่ได้ผลลัพธ์เนี่ยเค้ามีนิสัยบางอย่างใน
1:06:14
การดูแลตัวเองเพราะว่าหน้าต้องมาก่อนหน้า
1:06:18
แล้วก็สิ่งที่คนเห็นต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด
1:06:21
>> แน่นอนมันต้องดูกระจกก่อนออกจากบ้านอยู่
1:06:23
แล้วเนาะแต่ว่าเวลาที่เราไม่มีกระจกอ่ะ
1:06:25
ค่ะเช่นเราออกมาแล้วปุ๊บเราไปนั่งคุยเรา
1:06:27
ไปทานอาหารเสร็จแล้วอ่ะค่ะคุณจะต้องเช็ค
1:06:31
ตัวเองเนี่ยอย่างน้อยครึ่งตัวก่อน
1:06:34
>> ถึงตรงเข็มขัดสะดือ
1:06:38
>> เอาเนี้ยสแกนตัวเองก่อนผมเราต้องดูแล้ว
1:06:42
อ่ะอย่างน้อยเหน็บผูหรือมีไอ้เซตเสิร์ช
1:06:46
>> ให้มันให้มันโดนเจลโดนแวกหรือไม่มีจริง
1:06:51
>> รูบก่อนไม่ให้มี
1:06:54
>> มีลูกผมปุ๊บความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นทัน
1:06:58
>> ลูกผมมันชิชิโดชิเดอันเนี้ยทำให้คุณไม่
1:07:01
ไม่ดูเนี้ียบมันทำให้คุณดูเหมือนคุณนั่ง
1:07:04
วินมอเตอร์ไซค์มาเงี้ย
1:07:06
>> แปลว่าอะไรล่ะสื่อสารยัง
1:07:08
>> สื่อสารแล้วค่ะว่าคุณรีบ
1:07:12
>> ครูมองเรื่องการสื่อสารเป็นหลักนะพี่
1:07:13
วุดี้เรื่องสวยหล่อเนี่ยมันเป็นโบนัสครับ
1:07:19
>> ไล่ลงมาหน้ามันมั้ยหน้ามันมั้ยทิชชู่มา
1:07:22
ซับหน่อยแปลว่าคุณต้องมีตัวช่วยมาหน้า
1:07:25
เสร็จแล้วปุ๊บขี่ตาค่ะคุณกระตึ๊กออกนึก
1:07:29
>> เสร็จแล้วปุ๊บจมูกค่ะ
1:07:33
>> ขนจมูกนะมีมยหรือทิชชู่เราก็ต้องมีอ่ามี
1:07:39
ขี้มุ่งขี้มูกมยที่มันติดอยู่เช็ดทันที
1:07:41
เลยเห็นมั้ยคะเออ[เสียงหัวเราะ]เห็นมยพอ
1:07:44
พูดปุ๊บมันก็จะแแวทันที
1:07:47
>> เพราะบางคนคุยๆไปไม่รู้เลยนะคะว่าตัวเอง
1:07:50
อ่ะมีขี้มูกอ่ะติดอยู่ตรงเนี้ยขาวๆอ่ะ
1:07:52
>> เพราะงั้นอย่างน้อยเราไม่มีกระจกอ่ะเรา
1:07:54
ใช้ทิชชู่ค่ะซับไปก่อนยังไงเขาก็ปลอดภัย
1:07:58
>> หรือขนจมูกค่ะผู้ชายอ่ะเคยคุยงานเคนที่ขน
1:08:01
จมูกมันออกมาเหมือนหางแมงสาบหรือแบบหนวด
1:08:05
แมงสาบนะคะมันไม่ได้ฟิลแล้วค่ะใช่มยความ
1:08:09
รู้สึกเปลี่ยนแล้วเห็นมยจริงๆขนเค้าไม่
1:08:13
>> ขนอยู่ของเมันต้องงอกตามที่มันต้องงอก
1:08:16
>> เอาจจะแค่ลืมตัด
1:08:17
>> คุณกำลังสร้างความรู้สึกให้คนอื่นที่มัน
1:08:20
มารบกวนเจคุณเพราะฉะนั้นจัดการมันซะนะคะ
1:08:26
>> ฟันเนี่ยจริงๆคือการไปกลั่วคอ
1:08:30
>> ครูเนี่ยจะบอกลูกศิษย์ทุกคนเลยว่าไหมขัด
1:08:33
>> กลัวเฉยๆบางทีไม่ออก
1:08:35
>> คุณไม่ต้องพกแปลงไปหรอกมันยากมันใหญ่แล้ว
1:08:39
ครูก็ไม่สนับสนุนด้วยไปโรงแรมไปยืนแปรง
1:08:41
ฟันมันไม่โอเคอ่ะเข้าใจมยคุณอาจจะเป็น
1:08:45
ความสะอาดของคุณนะแต่ครูพูดเลยว่าใหม่ขัด
1:08:49
>> นะคุณเข้าห้องน้ำเนี่ยแล้วคุณทำปึ๊บๆ
1:08:51
>> อะไรเกี่ยวกับการไปแปลงฟันในห้องน้ำโรง
1:08:53
แรมที่มันไม่โอเคผมอยากรู้จาก
1:08:56
>> นักบุคลิกภาพหน่อยแล้วกันเพราะผมอาจจะมอง
1:08:58
ว่าก็สะอาดนี้นะมันบ่งบอกถึงความสะอาดของ
1:09:01
คนๆนั้นใช่มั้ยฮะแต่มันคืออะไรครูอธิบาย
1:09:04
เป็นคำพูดซิว่ามันอาจจะไม่เหมาะสม
1:09:07
>> เราแปลงฟันที่ไหนคะปกติ
1:09:11
>> ส่วนใหญ่อยู่ในห้องอะไรคะ
1:09:15
>> personal กับ public ไม่เหมือนกันครับ
1:09:18
>> เหมือนกันเวลาครูประชุมซูมอย่างเงี้ยครู
1:09:21
อยู่ที่บ้านก็จริงแต่มันกำลังpuับลิไป
1:09:24
>> นั่นไม่ใช่ personal แล้วนี่คือ public
1:09:27
แล้วแปลว่าคุณต้องแต่งตัว
1:09:29
>> ครูต้องแต่งหน้า
1:09:30
>> นะคะเพราะฉะนั้นการไปแปรงฟันในห้องน้ำของ
1:09:35
>> มันคือการไปเบียดเบียน
1:09:38
สิ่งแวดล้อมคนอื่นไม่ได้แล้วแปรงฟันปุ๊บ
1:09:42
มันรู้สึกว่าตื่นมาเจอคนแปลกหน้าในบ้าน
1:09:44
เราอ่ะค่ะที่มายืนแปรงฟันอยู่
1:09:46
>> นะคะในอ่างที่เราก็ล้างหน้าอยู่ข้างๆเรา
1:09:49
ไม่รู้เลยว่าไอ้เศษอาหารที่เสสะบัดเนี่ย
1:09:52
แล้วพี่วดี้สามารถบังคับได้มว่าเขาต้อง
1:09:54
แปลงฟันอย่าง properly อ่ะ
1:09:56
>> มันไม่ได้นะมันคนเต็มเลยนะไอ้เต็มกระจก
1:10:00
เลยอย่างเงี้ยค่ะแล้วกูถามว่ากลิ่น
1:10:03
>> และภาพสร้างมั้ยคะ
1:10:07
>> สร้างความรู้สึก
1:10:08
>> เมื่อสร้างความรู้สึก
1:10:10
>> มันทำงานกับคนอื่นเรียบร้อยละคุณอย่าคิด
1:10:12
ว่าคุณกำลังทำงานกับตัวเองอยู่
1:10:13
>> อืเป็นเมoryด้วยเป็นสัญญาให้กับเด้วย
1:10:16
เรียบร้อยเสร็จแล้วมันสื่อสื่อสารแล้วว่า
1:10:17
คุณเป็นคนยังไงคุณไม่ได้แคร์ว่าอะไรจะ
1:10:19
กระเด็นไปโดนคนอื่นหรือเปล่านะคะแต่คุณวะ
1:10:22
วังว่าอะไรตัวฉันจะสะอาดคุณเห็นมั้ยลูกศร
1:10:26
มันชี้เข้าอย่างเดียวลูกเอ่อฉันจะสะอาดคน
1:10:29
อื่นเป็นยังไงช่างมันเนี่ยมันสื่อสารอีก
1:10:33
>> ทั้งๆที่เหมือนกับดูแลตัวเองเนาะ
1:10:35
>> แต่มันเป็นสัญญาณบอกว่าฉันจะสะอาดแต่คน
1:10:39
>> ใช่นี่ครูไม่ได้ตัดสินคุณนะครูพูดถึงหลัก
1:10:42
>> คนจะรู้สึกซึ่งครูถามว่าคุณจะรู้สึกมั้ย
1:10:48
>> แต่คนน่ะมักไม่ได้คิดในมุมตัวเอง
1:10:50
>> มักจะคิมเ่อไม่ได้คิดมุมคนอื่น
1:10:53
>> มักจะคิดในมุมตัวเองว่าก็ฉันจะทำแบบเนี้ย
1:10:56
พอบอกว่าฉันจะทำอย่างเงี้ย
1:10:58
>> โลกมันมีคุณคนเดียวแล้วนะ
1:11:01
>> มันไม่ได้มีคนอื่นอยู่ในนั้นด้วยอ่ะค่ะ
1:11:03
แล้วเราก็จะไปคาดหวังนะให้คนอื่นมาดีกับ
1:11:05
เราทั้งๆที่เราอ่ะไม่เคยนึกถึงคนอื่นเลย
1:11:08
>> ฝนว่ามันไม่ยุติธรรมอ
1:11:11
>> จากปากไล่ลงไปที่ไหนครับ
1:11:13
>> เนี่ยค่ะลงมาที่คอเลย
1:11:16
ขี้ใครคุณเคยเห็นเป็นเส้นๆเลยมั้คะพี่
1:11:19
>> ตรงเนี้ยค่ะเราอาจจะสามารถแบบจัดจับเอ้อ
1:11:22
เนี่ยพี่เเริ่มจับคอแล้วเนี่ยคะพี่ช่าง
1:11:24
ภาพใช่มั้คะ[เสียงหัวเราะ]เราจับดูเอ้อ
1:11:27
แล้วเอาเอาทิชชู่ซับๆบางคนมาเป็นสร้อยเลย
1:11:30
ค่ะสร้อยดำนะฮะลงมาปุ๊บเสื้อ
1:11:34
>> ปกเสื้อหลายคนเนี่ยไม่รู้ตัวเองนะว่าปก
1:11:36
เสื้อกำลังแหงนอยู่
1:11:38
>> ออกมาจากห้องน้ำปุ๊บหรือนั่งปุ๊บคุณสิ่ง
1:11:41
ที่คุณต้องทำคือจัดปกก่อนเลย
1:11:43
>> แล้วมันพลิกอยู่อย่างเงี้ยนิดเดียวนี่นะ
1:11:47
>> มันบอกเลยว่าคุณเป็นคนที่แบบไม่ใส่ใจราย
1:11:50
ละเอียดเลยอ่ะชกมกอ่ะใช่เนี่ยออกไปเนี่ย
1:11:54
ฝนเชื่อเลยนะเทปนี้สมมุติออกไปแบบนี้นะคะ
1:11:57
คนจะไม่ฟังพี่วูดี้เลยใครก็ได้ช่วยจัดปก
1:12:00
ให้พี่วูดี้หน่อยได้มั้ย
1:12:01
>> ออกมาจากตรงไหนคะเนี่ยปกถึงเป็นอย่างงี้
1:12:04
คอสตูมไม่ดูแลเลยเหรอคะ
1:12:06
>> เนี่ยนึกออกมั้ยใครก็ได้ช่วยเอื้อมมือไป
1:12:09
หยิบอดันแว่นให้พี่วูดี้หน่อยพี่อันเนี้ย
1:12:12
ฝนเจอเออในโซเชียลมีดีจนผมรู้สึกว่า
1:12:17
>> อย่าทำให้มันเกิดเลย
1:12:18
>> ทำอะไรที่มันcompleพeteได้เนี่ยทำไปเหอะ
1:12:21
เพื่ออะไรคะเป้าหมายฝนมีอย่างเดียวให้คน
1:12:24
มาอยู่ที่การสื่อสารของเรา
1:12:26
>> ดูหน้าเราดูปากเราพอแล้ว
1:12:29
>> เยทุกคนที่ดูมาถึงจุดนี้ช่วยพิมพ์ว่าทีม
1:12:33
>> ทีมจบหน่อยนะครับเพราะว่าวูดี้กับครูฝน
1:12:36
ตั้งใจที่จะดูแลเทคแคร์ทุกคนในแต่ละสเต็ป
1:12:40
นะของชั่วโมงกว่าๆที่ผ่านมาให้คุณได้ไม่
1:12:44
ได้แค่ประโยชน์แต่ได้เห็นตัวเองแล้วก็
1:12:48
>> ที่เราจะเป็นอีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่เราจะ
1:12:50
สามารถconnectเนectกับผู้คนและสังคมได้
1:12:52
มากยิ่งขึ้นเป็นยังไงบ้างครับครูฝน
1:12:55
>> คุยกันมาถึงจุดๆนี้
1:12:57
>> อืฝนชอบคุยกับคนที่อยากรู้อ่ะ
1:13:00
>> เนี่ยmindsตของคนแบบอยากรู้เนี่ยมันคือ
1:13:03
ร่ำรวยทางความคิดแล้วนะคะมันทำให้คนที่มี
1:13:08
สิ่งที่เขา้ารู้ว่าอยากจะบอกซึ่งตรงเนี้ย
1:13:11
ฝนว่าคนที่ฟังอยู่น่าจะได้ประโยชน์มากเลย
1:13:13
ตรงที่ว่าถ้าเราล่ะเราเป็นคนที่แสดงความ
1:13:17
อยากรู้อ่ะแปลว่าเราจะได้กำไรตลอดเลยพี่
1:13:19
บูดี้ไปที่ไหนคนก็อยากจะให้อะไรเราเพราะ
1:13:22
เรามีความอยากที่จะรู้แล้วมันทำยังไงหรอ
1:13:24
พี่รายการมันทำยังไงหรอคะพี่วุดี้มาถึง
1:13:27
วันนี้ได้ยังไงหรอคะผมเชื่อว่าคนประสบ
1:13:29
ความสำเร็จอ่ะอยากแชร์ถ้าสิ่งที่เรามี
1:13:33
อยู่อ่ะมันเป็นประโยชน์กับคนจริงมั้ยคะ
1:13:37
เพราะฉะนั้นวันเนี้ยคุณใช้ชีวิตแบบขาดทุน
1:13:40
หรือว่าได้กำไรอยู่
1:13:43
>> ดีใจมากครับที่ 1 ช่โมงกว่าๆเราได้มี
1:13:46
โอกาสแบ่งปันทั้งแรงบันดาลใจแนวคิดแล้วก็
1:13:50
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยนะฮะที่ทุกคนสามารถเอา
1:13:52
ไปใช้ต่อได้นะครับอยากจะอ่านทุกคอมเมนต์
1:13:55
จากทุกคนนะครับมีคำถามฝากไว้ได้นะครับ
1:13:58
แล้วถ้าดูจบก็พิมพ์ว่าทีมจบยิ่งไปกว่า
1:14:00
นั้นเลยก็คือเข้าไปติดตามช่องทางต่างๆนะ
1:14:03
ฮะที่เราจะสามารถconnectเnectกับครูฝนได้
1:14:06
ต่อจากนี้ไปนะไม่ว่าคุณอยากจะเรียนรู้
1:14:09
เรื่องอะไรก็ตามนะครับเกี่ยวกับเรื่องของ
1:14:11
นิสัยบุคลิกภาพการสื่อสารอยากให้ทุกคนลอง
1:14:15
ดูที่ personality นะครับแต่ยิ่งไปกว่า
1:14:17
นั้นยิ่งไปกว่านั้นเลยก็คือว่าถ้าดู
1:14:20
content นี้ในช่วง[เพลง]อาจจะปีใหม่หรือ
1:14:24
ต้นปีนะครับเราไม่รู้ว่า content นี้คุณ
1:14:25
ดูตรงไหนดังนั้นสิ่งที่เราคุยไปเรื่อง
1:14:28
โครงการต่างๆเดี๋จะปะไว้ในคอมเมนต์และ
1:14:30
อัปเดตเรื่อยๆสำหรับทุกๆคนเพราะเชื่อว่า
1:14:32
คอนเทนนี้จะอยู่หลายปีแล้วครูฝน
1:14:35
>> มั่นใจว่าอยู่หลายปีเลย
1:14:36
>> เพราะดูแล้วมันได้มันได้แล้วฝากแชร์และ
1:14:39
แบ่งปัน[เพลง]กับคนที่ที่คุณรักทุกคนที่
1:14:41
ฝุ่นอยากให้เค้ามีชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ
1:14:45
>> ยินดีมากค่ะขอบคุณค่ะ